Uluwatu Surf Trip with Hawaiian Style

" ถ้าคุณชอบทะเล คุณจะต้องไปบาหลี สักครั้งในชีวิต " นี่คือคำพูดของนักเซิร์ฟคนนึงที่บอกผมเมื่อ 14 ปีที่แล้ว จนทำให้ตั้งแต่รู้จักกับบาหลี ที่นั่นกลายเป็นบ้านหลังที่สองของผมเลย ใครที่ชอบทะล ใครที่ชอบการโต้คลื่นชอบโลกใต้น้ำ หรือจะแค่ชอบบรรยากาศชิลๆบาลหีคือที่สุดครับ ทริปนี้ผมจะพาทุกคนไปเที่ยว ในเมืองที่ผมไม่ค่อยคุ้นเคยแต่ตอนนี้บูมมาก กับ " อูลูวาตู "
การมาเยือนบาหลีครั้งนี้ ผมอยากพาทุกคนไปสัมผัสของทางใต้สุดของเกาะบาหลีอย่าง อูลูวาตู ย่านที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักเซิร์ฟและคนชอบทะเลตัวจริง บรรยากาศมันต่างจากแถบชางกูอย่างสิ้นเชิงเลยครับ ที่นี่เต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน วิวทะเลสุดลูกหูลูกตา และหาดลับที่ซ่อนตัวอยู่ตามซอกหลืบต่างๆ ลองตามผมมาดูกันครับว่าแต่ละจุดที่คัดมาให้ มันมีเสน่ห์และน่าไปทำคอนเทนต์ขนาดไหน
ทริปนี้เราพักกันที่ Bingin Inn ครับเป็นโรงแรมเก่าๆแต่ราคาคุ้มมาก Location ดี หนึ่งพันบาทมีอาหารเช้า พร้อมสระว่ายน้ำ ห้องน้ำพอไหวแต่ยุงแอบเยอะไปหน่อย ซึ่งจากโรงแรมสามารถเดินเที่ยวได้ มีร้านดีๆใกล้ๆ * ลืมบอกไปว่าตอนนี้เที่ยวบาหลีถูกมาก เรทดี และหากใครใช้ธนาคารกรุงเทพ สามารถสแกนจ่ายได้เหมือนที่ไทยเลยนะครับ

ร้าน Cafe โปรดของพวกเราประจำทริปนี้ ชื่อ White Water กาแฟโอเค ร้านสวย พนักงานน่ารัก เราอยู่หลายวันเค้ามีบัตรสะสมให้ด้วย กินกันจนได้ฟรีมาอีก 2 แก้ว
Uluwatu (อูลูวาตู) ถ้าพูดถึงอูลูวาตู ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือหน้าผาสูงที่ตัดกับน้ำทะเลสีสวย ย่านนี้คือจุดศูนย์รวมความดิบเท่ของวัฒนธรรมเซิร์ฟที่ผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัวครับ นอกจากเรื่องคลื่นที่เป็นตำนานแล้ว สิ่งที่ทำให้อูลูวาตูมีเสน่ห์มากๆ คือบรรยากาศบนหน้าผา ที่นี่มี Beach Club เจ๋งๆ และคาเฟ่ให้เราได้นั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ มองดูแสงอาทิตย์ตกไปปพร้อมกับดูนักเซิร์ฟบนยอดคลื่นอยู่ไกลๆ
นักเซิร์ฟทุกคน ต้องเคยฝันว่าอยากมาเซิร์ฟที่ Uluwatu สักครั้งในชีวิต
จุดโต้คลื่น Uluwatu ที่เราต้องเดินลงไป ตรงนี้แหละครับคือจุดที่นักเซิร์ฟทุกคนต้องเคยฝันว่าอยากมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต การจะออกไปไลน์อัพได้ เราต้องแบกบอร์ดเดินลัดเลาะลงบันไดผ่านช่องเขาแคบๆ ลงไปที่โถงถ้ำด้านล่าง คลื่นที่นี่บอกเลยว่าดุดันและทรงพลังมาก เชื่อว่าใครเล่น Short Board น่าจะชอบคลื่นสไตล์นี้ แต่สำหรับผมที่เคยโดนหลอกไปเซิร์ฟที่ Uluwatu Cliff หนึ่งครั้งจนเกือบตาย ขอประกาศชัดเจนเลยครับว่าไม่เอาอีกแล้ว รักชีวิต ใครๆจะเซิร์ฟก็ไป เพราะเป้าหมายของผมคือการมานอนอาบแดด ทำคอนเทนต์ชิลๆ เลยมีติ๋วไปเซิร์ฟเพียงคนเดียว 555
การโต้คลื่นจุดต่างๆ จะมีช่วงเวลาที่คลื่นดี จำเป็นต้องรู้ว่าควรเล่นเวลาไหน น้ำขึ้นหรือน้ำลง ก่อนลง Surf Spot ที่ไม่คุ้นเคยอยากให้มาสัก 1-2 ชั่วโมงล่วงหน้า มาสังเกตุและดูคนโต้คลื่น จะทำให้เราได้เห็นตัวอย่างและจุดที่ควรเล่น บางจุดค่อนข้างอันตรายครับ
ในโซน Uluwatu ส่วนใหญ้ด้านล่างจะเป็นหิน ทำให้ทุกครั้งที่ล้มจำเป็นต้องเก็บคอ งอเข่าระวังหลัง มิฉะชั้นอาจได้แผลและได้เลือด มาดูคลื่นและแนวทางการเล่นก่อนเวลา ระหว่างนั้นก็ทาครีมกันแดดรอพลาง ที่บาหลีน้ำค่อนข้างเย็น แม้แดดจะแรงแต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ UV ที่อาจจะทำร้ายผิว รวมไปถึงการเล่นต่อเนื่องเป็นชั่วโมงอาจจะทำให้เกิดอาการแสบผิว และทริปที่เหลืออาจจะไม่สนุก
ทริปนี้ผม Hawaiian Style SUNBLOCK SPF 50 มาด้วย ซื้อจาก 7-11 ที่เขาหลัก ตัวนี้เป็นโลชั่นกันแดดที่ออกแบบมาเพื่อท้าแดดจัดๆ ทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายเลยครับ ปกป้องระดับ SPF 50 ที่ช่วยกรองรังสี UVB ได้ถึง 98% และมี PA+++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA ซึ่งเป็นตัวการของริ้วรอยและจุดด่างดำ
ที่ดีคือ "เนื้อสัมผัส" เพราะปกติกันแดดที่กันน้ำแน่นๆ มักจะมีความหนา หนัก และทาแล้วหน้าวอก แต่แบรนด์นี้เค้าใช้ส่วนผสมแบบ Mineral (Zinc oxide และ Titanium dioxide) คู่กับฟิลเตอร์แบบ Organic ผลลัพธ์คือได้เนื้อโลชั่นที่บางเบา เกลี่ยง่าย ทำให้เรากล้าที่จะบีบทาในปริมาณที่เยอะเพียงพอต่อการปกป้องผิวจริงๆ โดยไม่รู้สึกเหนอะหนะครับ
สายเซิร์ฟ สายรักษ์โลก ถูกใจสิ่งนี้ ที่สำคัญคือเค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผิวของเรามากๆ เพราะปราศจากสารเคมีที่ทำร้ายปะการังอย่าง Oxybenzone และ Octinoxate แถมยังไม่มีแอลกอฮอล์ (Alcohol Free) ไม่มีพาราเบน (Paraben Free) และไม่ทดลองกับสัตว์ด้วยครับ (Cruelty Free) เรื่องลงน้ำก็หายห่วงครับ เพราะตัวนี้ผ่านการทดสอบการกันน้ำ (Water resistance) จากศูนย์ทดสอบเครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าสามารถกันน้ำได้นาน 40 นาที
หาดตรงนี้จะไม่เหมาะกับมือใหม่เลยครับ เพราะดูจากขนาดคลื่น นักเซิร์ฟที่ Line Up แล้ว ทุกการผิดพลาดอาจเกิดการบาดเจ็บและคลื่นใหญ่และมีพลังมากกว่าไทยหลายเท่า เพราะฉะนั้น ประเมินความสามารถตัวเองกัน ผมปล่อยให้ติ๋วเล่นไป ส่วนผมเดินไปอาบแดดที่หาด Suluban Beach ข้างๆ


Suluban Beach เชื่อมต่อจากโถงถ้ำที่เราเดินลงมาโต้คลื่นเมื่อกี้เลยครับ ซูลูบันเป็นหาดลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หน้าผาหินปูนที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนกลายเป็นช่องแคบๆ เหมือนเรากำลังเดินสำรวจถ้ำลึกลับ จุดเด่นของที่นี่คือความดิบเท่ ช่วงน้ำลงเราสามารถเดินทะลุออกไปเจอหาดทรายเล็กๆ และแอ่งน้ำใสๆ ตามโขดหินให้ลงไปแช่ตัวได้ เป็นมุมถ่ายรูปที่เท่มาก แนะนำให้กะเวลาน้ำขึ้นน้ำลงให้ดีครับ เพราะถ้าน้ำขึ้นสูง คลื่นจะซัดเข้ามาถึงข้างในถ้ำเลย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดอันซีนที่ต้องมาเช็คอิน
ทริปนี้ผมจะเน้นการพักผ่อนอาบแดด อ่านหนังสือ เล่นเซิร์ฟนิดหน่อย มาถึงวันแรกเลยขอสีผิวให้ดูเป็น Local หน่อย
แอบมาแชร์การทำผิวแทนให้ ปกติผมก็เล่นเซิรฟบ่อยจนผิวแทนอยู่แล้ว แต่มาบาหลี เราก็อยากให้ทำสีให้มีเลเยอร์เป็นรอยขอบกางเกงนิดนึง ตัวที่ใช้บ่อยๆจะเป็น Hawaiian Style TANNING LOTION ตัวนี้จะเป็นครีมโลชั่นแบบแมตต์ ไม่มันเยิ้ม ไม่เลอะเทอะ เป็นโลชั่นทำผิวแทนสูตรน้ำ (Water-based) ที่เนื้อเบามากครับ ทาแล้วซึมเข้าผิวไปเลย ต้องย้ำก่อนว่าขวดนี้ไม่ใช่บรอนเซอร์หรือครีมเปลี่ยนสีผิว (Self-tanner) นะครับ แต่สีแทนที่เราจะได้นั้นมาจากแสงแดดธรรมชาติล้วนๆ
กลิ่นหอมสดชื่นแบบ Green Aromatic เรื่องกลิ่นของขวดนี้จะฉีกไปจากตัวออยล์เลยครับ เพราะเค้ามาในโทน Green Aromatic ที่ให้ความหอมแบบสดชื่น ฟีลเหมือนไม้หอม (Crushed leaf & Cut stem) กลิ่นจะไม่หวานเลี่ยน และถึงแม้อากาศจะร้อน หลายคนอาจจะเห็นว่ามีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าว (Cocos Nucifera Oil) เลยคิดว่าจะหอมมะพร้าว แต่จริงๆ เค้าใส่มาเพื่อบำรุงผิวเฉยๆ ไม่ได้เอามาแต่งกลิ่นครับ
How to ทาโลชั่นให้ผิวแทนเนียนสวย
ทาบนผิวที่แห้ง: ให้ทาลงบนผิวที่แห้งและสะอาดก่อนออกไปเจอแดดครับ
เกลี่ยให้ทั่วถึง: ด้วยความที่เป็นเนื้อโลชั่น เราต้องตั้งใจเกลี่ยให้ทั่วสักนิดนึงครับ เพราะถ้าทาพลาดไปตรงไหน พอโลชั่นแห้งมันจะเห็นรอยด่างได้ชัดกว่าการใช้ออยล์
ติ๋วเล่นเซิร์ฟเสร็จแล้ว สภาพคือหมดแรงแต่ฟินจัด ระหว่างทางขับไปทานข้าวเราก็ได้แวะกับหาดที่ผมเคยดูในการแข่งขันเซิร์ฟมา หาดนี้สามารถมองเห็นได้จากถนนบนหน้าผาที่เราขับผ่าน คนเยอะมากๆ
Padang Padang หาดนี้โด่งดังไปทั่วโลกจากหนังเรื่อง Eat, Pray, Love และการแข่งขันเซิร์ฟครับ ทางลงไปที่หาดเราจะต้องเดินผ่านซอกหินแคบๆ คล้ายหุบเขาขนาดย่อม พอทะลุออกไปจะเจออ่าวเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยโขดหินใหญ่ น้ำทะเลที่นี่นิ่งและใส เหมาะกับการว่ายน้ำเล่น
มาหาดนี้ ขอแอบเติมออยเพิ่มความผิวแทนสักหน่อย อยากถ่ายรูปออกมาให้ดูไวป์ ชาวเกาะด้วย COCONUT TANNING OIL ครับ ขวดนี้ถือเป็นตำนานและเป็นโปรดักต์ยุคบุกเบิกของแบรนด์เค้าเลย เนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยให้กระจายเป็นฟิล์มบางๆ บนผิวได้ง่ายมาก ทาลงไปปุ๊บซึมเข้าผิวภายใน 1-2 นาทีเลยครับ ทิ้งไว้แค่ความฉ่ำโกลว์แบบผิวสุขภาพดี ไม่ได้ดูเปียก กลิ่นเค้าเป็นโทน Sweet Gourmand หอม กลิ่นแรกที่เตะจมูกตอนเปิดขวดคือกลิ่นมะพร้าวที่ชัดเจน พอทาลงบนผิวที่เริ่มอุ่นจากไอแดด จะได้กลิ่นหอมของคาราเมลคั่วบางๆ ตามมา และทิ้งทวนด้วยกลิ่นเบสของกาแฟเข้มๆ ที่ซ่อนอยู่
หลังจากเราทานข้าวและงีบไปพักใหญ่ จากโรงแรมเราขับมาดูพระอาทิตย์ตกที่ หาดที่พวกเราเคยมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หาด Bingin หนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดในเกาะบาหลี

Bingin Beach ถ้าพูดถึงหาดนี้ ภาพจำของหลายคนน่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร และคาเฟ่ชิคๆ ที่สร้างลดหลั่นกันลงมาตามแนวหน้าผาแบบสโลปใช่ไหมครับ แต่ผมมี อัปเดตล่าสุด มาเล่าให้ฟัง ตอนนี้สิ่งก่อสร้างบริเวณหน้าผานั้นถูกทางการสั่งรื้อถอนออกไปหมดแล้วครับ เพื่อเป็นการจัดระเบียบและคืนพื้นที่ให้กับธรรมชาติ
ตรงนี้จะเป็นจุดโต้คลื่น ที่ด้านล่างเป็นหิน น้ำใสสวยมากๆ และคลื่นจะเกิดใกล้หาด มีลักษณะเป็นอุโมงค์ (Barrel) ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นๆ หลังจากหาดได้มีการทุบอาคารทั้งหมดทิ้ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวน้อยลง แต่สำหรับผม ตรงนี้ยังคุ้มค่าที่จะมาครับ ใครที่ไม่โต้คลื่น ยังมี BeanBag ของชาวบ้านให้นอนอาบแดด และมีบริการน้ำดื่มอีกด้วย
บาหลี ทุกอย่างเปลี่ยนไปไวมากๆ ในฐานะที่มาเที่ยวบาหลีเป็นสิบครั้ง รู้สึกโชคดีที่ได้มาบาหลีตั้งแต่ยุคแรกๆของชางกู จนตอนนี้หลายอย่างเปลี่ยนไป มีโอกาสเที่ยว รีบเที่ยวครับ เราไม่อาจรู้ได้จริงๆว่าอะไรจะเปลี่ยนไปบ้าง

Nyang Nyang Beach ถ้าเพื่อนๆเป็นสายคอนเทนต์ ที่ชอบความสงบและไม่กลัวเหนื่อย ต้องมาที่นี่ครับ หยังหยังเป็นหาดที่ทอดยาวเป็นกิโลเมตร ทรายขาวสะอาด แต่การจะลงไปถึงหน้าหาดต้องใช้แรงขาเดินลงเขาค่อนข้างชัน ( ชันมาก ) หรือขับมอเตอร์ไซต์อาจจะต้องเก่งเหมือนกัน ทางชันกว่าเขาป่าตอง แต่เชื่อเถอะครับว่าวิวข้างล่างมันคุ้มค่าเหนื่อยมากๆ เพราะคนน้อยจนแทบจะกลายเป็นหาดส่วนตัว ไฮไลท์ของที่นี่คือความดิบของธรรมชาติที่ยังไม่ถูกปรุงแต่งมากนัก
นอกจากกันแดดแล้ว ไอเทมกู้ผิวหลังออกไปลุยคลื่นตากแดดจัดๆ มาทั้งวันก็สำคัญไม่แพ้กันครับ ทริปนี้ผมพก Hawaiian Style AFTER SUN LOTION มาใช้ควบคู่กันด้วย ตัวนี้บอกเลยว่าตอบโจทย์สายลุยที่ผิวเบิร์นง่าย เพราะเค้าทำมาในรูปแบบเนื้อโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นและเข้มข้นกว่าเจลทั่วไป คอนเซปต์ของขวดนี้คือการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว ที่ถูกแดดทำร้ายให้กลับมาแข็งแรง อัดแน่นไปด้วยสารสกัดที่ช่วยกู้ผิว ไม่ว่าจะเป็น Jojoba oil ที่มีโครงสร้างคล้ายน้ำมันบนผิวเรา ทำให้ซึมซาบได้ดีเยี่ยม ผสานกับสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ และว่านหางจระเข้ที่ขึ้นชื่อเรื่องการปลอบประโลมผิวลดการระคายเคือง แถมยังมีวิตามิน E และ A ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและบำรุงผิวไปในตัวครับ

หาดต่อไปคือหาดที่ผมชอบมากที่สุดในทริปนี้ครับ วินาทีแรกที่เห็นเป็นเหมือนความฝันจริงๆ ทะเลสีสวยมาก คลื่นใหญ่เรียงตัวกันสวย และนักท่องเที่ยวคืองานดี สวยหล่อกันทั้งนั้น ต้องมาเห็นด้วยตาเท่านั้น

Dreamland Beach ที่นี่คือดรีมแลนด์สมชื่อจริงๆ เพราะที่นี่คือหาดทรายสีขาวละเอียดตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใส บรรยากาศจะมีความคึกคักและเข้าถึงง่ายกว่าหาดอื่นๆ ในย่านนี้ คลื่นที่นี่มีหลากหลายไซส์ วันไหนคลื่นไม่ใหญ่มากก็เหมาะกับคนที่อยากมาหัดเล่น หรือถ้าไม่ลงน้ำ การมาเช่าเตียงผ้าใบนอนอาบแดดรับลมทะเล แล้วกระโดดน้ำเล่นก็เพลินสุดๆ คนก็สวยครับ

Balangan Beach ปิดท้ายกันที่บาลางัน หาดนี้มีคาแรคเตอร์ชัดเจนมากครับ ภาพจำคือจุดชมวิวบนหน้าผาที่มองลงมาเห็นหาดทรายสีทองทอดยาว มีแนวปะการังใต้น้ำที่กว้างขวาง และคลื่นที่เรียงตัวสวยงามเข้ามาเป็นเซ็ตๆ ที่นี่เป็นจุดยอดฮิตที่คนชอบมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกัน การมานั่งจิบเบียร์เย็นๆ ทานอาหารโลคอลหลังขึ้นจากน้ำที่นี่ คือความเรียบง่ายที่มีความสุขที่สุดแล้วครับ เป็นหาดที่ไวบ์ดี เซิร์ฟสนุก และชิลได้ทั้งวันจริงๆ
ดูเหมือนเช้านี้คลื่นจะใหญ่ขึ้นครับ ติ๋วอยากจะไปซ้ำที่ Uluwatu โดยครั้งนี้ได้จ้างโคชไว้ ให้พาไปอีกจุดหนึ่งที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น จุดนี้คือจุดที่พวกเราเคยไปเซิร์ฟกันแล้ว มวลน้ำคือหนักมาก คลื่นเวลามาทีเป็น Set ใหญ่
จริงๆแล้วการมาบาหลี ไม่จำเป็นต้องโต้คลื่นก็ได้นะครับ แค่มานั่งจิบเบียร์เอาบรรยากาศตามร้านอาหารหรือบาร์ที่อูลูวาตูก็ฟินแล้ว

ผมกับโจพี ปล่อยให้ติ๋วไปเซิร์ฟคนเดียว ซึ่งใช้เวลาเดินและต้องพายออกไปที่ทะเลใช้เวลาราว 20-30 นาทีเลย ผมเลยขับมอเตอร์ไซต์ ขึ้นไปอยู่บนหน้าผาและเชียร์ติ๋วจากด้านบน หน้าผาคือสูงและไม่มีอะไรกั้นเลย น่ากลัวมากๆ
ตากแดดถ่ายรูปให้จนแสบผิวไปทั้งตัว อีก Item ที่ต้องมีหากมาเที่ยวเมืองทะเลคือเจลว่านหางจระเข้
เจลว่านหางจระเข้สูตรน้ำ Hawaiian Style ตัวนี้จะเป็นเนื้อเจลสูตรน้ำ ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันเลยครับ ทำให้เวลาทาลงบนผิวจะรู้สึกเย็นสบายและซึมเข้าผิวไปเลยโดยไม่ทิ้งคราบเหนียวไว้ เป็นไอเทมที่เหมาะมากสำหรับหยิบมาทาเป็นตัวแรกๆ หลังจากเพิ่งขึ้นมาจากหาดร้อนๆ ทริกเด็ดที่แบรนด์แนะนำคือ "เอาไปแช่ตู้เย็น" ครับ ความเย็นของเจลจะช่วยปลอบประโลมผิวที่เพิ่งโดนแดดเผามาหมาดๆ ได้ดีมากๆ ส่วนผสมหลักๆ ของเจลหลอดนี้แน่นอนว่าต้องมี Aloe Barbadensis Leaf Juice หรือว่านหางจระเข้ ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำไว้บนผิว นอกจากนี้ยังมี Panthenol (Provitamin B5), สารสกัดจากดอกคาโมมายล์ และ Allantoin ที่โดดเด่นเรื่องการปลอบประโลมผิวที่ระคายเคืองจากการออกแดดจัดๆ

ทริปนี้เราเที่ยววนกันไปทุกๆหาดตลอด 5 วันเลยครับ หาดที่ผมชอบที่สุดคือหาด Dream Land ก่อนบินกลับผมเลยอยากจะกลับมาซ้ำ แต่เปลี่ยนมาเป็นช่วงเช้าๆ ก็ได้เห็นบรรยากาศผู้คนมาเรียนโต้คลื่น ที่นี่เหมาะสำหรับมือใหม่ มีโรงเรียนเยอะเลย ปล่อยให้ช่างภาพของเราโจพีได้ไปโต้คลื่นบ้าง ส่วนผมก็ทำหน้าที่เก็บภาพอยู่ด้านบน ผมชอบภาพของทริปนี้นะ จริงๆมีหลายพันภาพเลย และเพื่อนๆสามารถทยอยอ่านและดูข้อมูลสถานที่เที่ยวได้จากโพสต์ถัดๆไป หรือเพื่อนก็สามารถ DM มาถามข้อมูลผมได้เลยนะครับ
จบทริปอูลูวาตูครั้งนี้ บอกเลยว่าเป็นทริปที่ได้ชาร์จพลังชีวิตแบบเต็มขีดสุดจริงๆ ครับ การได้ตื่นมาดูคลื่นสวยๆ เดินลัดเลาะลงหน้าผาไปแช่น้ำทะเล นั่งจิบกาแฟดูคนเซิร์ฟเพลินๆ และจบวันด้วยการดูพระอาทิตย์ตกริมหาด มันคือไวบ์ที่คนรักทะเลอย่างเราตามหา อูลูวาตูยังคงมีมนต์ขลังและเป็น "สวรรค์" ที่ไม่ว่าจะกลับมาอีกกี่ครั้งก็ไม่เคยน่าเบื่อเลยครับ
แต่แน่นอนว่ามาลุยแดด ลุยคลื่นกันเบอร์นี้ ถ้าไม่ได้ไอเทมกู้ผิวดีๆ กลับไปผิวคงพังแน่ๆ ทริปนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับเซ็ตดูแลผิวจาก Hawaiian Style ที่ผมพกมาด้วยจริงๆ ขอสรุปรวบตึงไอเทม Must-have ทั้ง 5 ตัวอีกรอบ เผื่อใครกำลังเตรียมจัดกระเป๋าไปเที่ยวทะเล จะได้ไปสอยตามกันถูกครับ:
SUNBLOCK SPF 50: โลชั่นกันแดดเนื้อบางเบาแต่ปกป้องขั้นสุด กันน้ำเริ่ด เกลี่ยง่าย ไม่วอก ไม่เหนอะหนะ เป็นมิตรกับปะการัง ทาแล้วกระโดดลงน้ำได้แบบสบายใจ
AFTER SUN LOTION: โลชั่นกู้ผิวสูตรเข้มข้น ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวหลังออกแดดด้วย Jojoba Oil และคาโมมายล์ ทาตอนผิวหมาดๆ ช่วยล็อคความชุ่มชื้นได้ดีมาก
COCONUT TANNING OIL: ออยล์ทำผิวแทนตัวตำนาน! เนื้อใส ซึมไว ไม่เหนียวติดเบาะ แถมกลิ่นหอมมะพร้าว คาราเมล กาแฟ ดมแล้วได้ฟีลลูกคุณหนูพักร้อนริมหาดสุดๆ
TANNING LOTION: โลชั่นทำผิวแทนเนื้อแมตต์ ซึมเข้าผิวไปเลย ไม่มันวาว กลิ่นหอมสดชื่นแบบ Green Aromatic ตอบโจทย์คนอยากมีผิวบ่มแดดแต่ไม่ชอบทาออยล์
ALOE GEL: เจลว่านหางจระเข้สูตรน้ำ ซึมซาบไว ให้ความเย็นสดชื่นทันทีที่ทา ช่วยปลอบประโลมผิวไหม้แดดได้แบบฉับพลัน แนะนำให้แช่เย็นก่อนทาคือฟินมาก!
ใครที่มีแพลนจะไปท้าแดด ท้าคลื่น ไม่ว่าจะทริปในประเทศหรือต่างประเทศ แนะนำให้มีติดกระเป๋าไว้เลยครับ อุ่นใจชัวร์ สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ของ Hawaiian Style ได้ง่ายๆ ที่ 7-11 ทุกสาขา หรือถ้าใครอยากเข้าไปอ่านรายละเอียดส่วนผสมและข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมแบบเจาะลึก ก็พุ่งตัวไปได้เลยที่เว็บไซต์ hawaiianstyleshop.com ครับ
Comments