top of page

Sukjai by Pata Obasan

  • Writer: Surfer's Holiday
    Surfer's Holiday
  • Dec 18, 2025
  • 1 min read

Updated: Dec 19, 2025

ไปเที่ยวเชียงใหม่ครั้งนี้ มีความสุขมากกับการได้ Search และเลือกลิสต์ร้านใหม่ๆ ปีนี้ถือว่ามีร้านใหม่ๆน่าสนใจเยอะเลย หนึ่งในร้านที่ปักหมุดและเลือกไปอันดับต้นๆคือ ร้านสุขใจ บายป้าตา โอบะซัง ร้านที่ไม่ใช่แค่สวย ไม่ใช่แค่อาหารอร่อย แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวแรงบันดาลใจในการทำอาหาร



ร้านสุขใจตั้งอยู่ย่านสันป่าข่อย เพื่อนๆที่เชียงใหม่บอกว่าย่านนี้กำลังมาเหมือนกัน มีทั้งบาร์ คาเฟ่และร้านดีๆเยอะ มาถึงหน้าร้านสุขใจ เราจะเห็นตึกโค้งมนที่ตั้งเด่นอยู่บริเวณสามแยก ซึ่งตึกนี้มีอายุมากกว่า 96 ปีและหากใครได้ฟังเรื่องราวของตึกนี้จะต้องอึ้งทึ่งเช่นกัน มาแล้วจะสัมผัสได้ถึงพลังงานดีๆชอบตึกมาก



ลืมบอกไปเลยว่า ร้านสุขใจ เป็นร้านอาหารมัง (สาวิรัต) ที่พึ่งได้รับมง แนะนำโดย MICHELIN Guide คนชอบนึกว่าอาหารมังคืออาหารแนวโรงเจ ที่จะต้องทานเต้าหู้หรือว่าโปรตีนเกษตรแทนเนื้อสัตว์ แต่ลบภาพเหล่านั้นไปก่อน เพราะสุขใจคือร้านอาหารมังรสชาติออริจินอล ที่มีแฟนคลับชาวญี่ปุ่นบินมาขอเรียนวิชาจาก เชฟโหน่งและป้าตามากมาย เมนูของเค้าหลากหลาย เช่น ขาหมูสุขใจ,ปลาดุกผัดพริกฉูฉี่,เนื้อย่างจิ้มแจ่ว,หมูสะเต๊ะ มังไหนไม่รู้อ่านเมนูแล้ว " มังหิวชะมัก "



ด้วยที่ช่วงนี้ออกกำลังกายและสนใจอ่านเรื่องของอาหารเป็นพิเศษ ร้านนี้เค้าเด่นเรื่องการใช้แพลนท์เบส คือการสร้างสรรค์โปรตีนจากพืชที่ทำสด แปรรูปให้น้อยที่สุด ไม่มีสารแต่งกลิ่นและสารกันเสีย ซึ่งนี่แหละคือผลงานของป้าตา และทางร้านยังโขลกเครื่องพริกแกงสดใหม่เอง, ไม่ใส่ผงชูรส,ใช้ผักไร้สารเคมี และข้าวออร์แกนิก ที่เชฟโหน่งเจ้าของร้านปลูกเองที่บ้านในจังหวัดเชียงใหม่ บ้านชื่อน่ารักมากมีชื่อว่า บ้านบัวบาน



สำหรับมื้อแรกผมสั่งเป็นเมนู ไส้อั่วและข้าวซอย (กะแลนด์ตะกี้ กะมาถึงเจียงใหม่ละเนาะ), สะเต๊ะหมู,ปลาดุกผัดพริก เพราะชอบทานปลาดุกมาก,เนื้อย่างจิ้มแจ่ว ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟเราไปสำรวจร้านกันดีกว่า



บนผนังของร้าน มีรูปของป้าตา พนักงานเล่าว่าเรื่องราวของป้าตาได้ถูกบันทึกเป็นเรื่องราวเชิงสารคดีและได้ฉายบน Netflix และ HBO The Garden of Happiness ที่เล่าเรื่องของป้าตา เชฟบ้านๆที่หลงใหลการทำอาหารมังสวิรัติ ประกอบกับป้าตาเป็นคนที่ชอบอยู่กับ ' ธรรมชาติ' และใช้ชีวิต 'ตามธรรมะ' จนมีชาวต่างชาติที่ชื่นชมและมาขอเป็นลูกศิษย์มากมาย



ร้านสุขใจ ด้วยที่โครงสร้างตึกสวยเป็นทุนเดิมแต่เชฟโหน่งที่หลงใหลการทำอาหารไทยและเลือกย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่ จึงได้ออกแบบและเนรมิตให้ร้านสุขใจ เป็นร้านอาหารมังที่นั่งสบาย โดยใช้โทนสีเขียว เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งคือดี เย็นสบาย พาแม่มานั่งแล้วไม่วีนแน่นอน ถูกใจครอบครัว คิดเลยว่าถ้าพาแม่มาน่าจะขอให้ช่วยถ่ายรูปไปอวดเพื่อนๆ


อาหารมาแล้ว ขอเขียนอธิบายประสบการณ์อาหารแต่ละเมนูสั้นๆนะครับ โดยเป็นความเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆเลย



3 จานที่ผมชอบมากที่สุดคือ

  1. สะเต๊ะหมู - อาจจะดูธรรมดาแต่ว่าเทกเซอร์สัมผัสเหมือนหมูมาก มีความเหนียว นุ่ม เคี้ยวสนุก

  2. ปลาดุกผัดพริก - ด้วยความชอบปลาดุกเป็นทุนเดิม จานนี้พริกแกงถึง ตัวเนื้อปลาเค้าใช้สาหร่ายมาทำให้ได้ความรู้สึกของการได้ทานหนังปลาดุก ส่วนเนื้อปลาดุกมัง มีความแน่นเหมือนเนื้อปลาดุก

  3. เนื้อย่างจิ้มแจ่ว - อันนี้เป็นความน่าทึ่งของความตั้งใจคิดค้นของเชฟที่ทำให้เนื้อมีความแน่นๆต้องเคี้ยวหนึบนิดนึง น้ำจิ้มแจ่วก็เข้มข้น



และผมก็มีโอกาสได้เจอกับป้าตา แน่นอนว่าผมได้ถามว่า ทำไมป้าตาถึงมาสนใจทำอาหารมังที่มันซับซ้อนและละเอียดอ่อนขนาดนี้ ป้าเล่าให้ฟังว่า จริงๆป้ามีความสนใจในเรื่องธรรมะและป้าชอบทำบุญ ชอบทำอาหารไปถวายพระซึ่งท่านไม่ทานเนื้อสัตว์เลยรู้สึกว่าอยากที่จะตั้งใจทำอาหารให้ดีที่สุด ป้าเรียนทำอาหารมาจากคุณแม่ซึ่งตอนเด็กๆก็โดนบังคับแต่ก็เป็นสิ่งที่ติดตัวมา เมื่อทำอาหารมังแล้วมีคนชอบรสชาติป้าเลยพยายามคิดค้นอะไรใหม่ลองผิดลองถูกทำไปเรื่อยๆ


อาหารจะอร่อย ต้องเรียนรู้นิสัยของวัตถุดิบ

ต้องรู้ว่าจะต้องใช้วัตถุดิบตอนไหน ใช้อย่างไรถึงจะดีที่สุด ป้ายังบอกอีกด้วยว่า ธรรมะทำให้ป้าใจเย็นๆและป้าได้ค้นพบความสุขใจของธรรมะตอนทำอาหารนี่แหละ



พนักงานที่ร้านเล่าว่า ชอบมีคนมาบอกป้าเชิงท้าทายว่าอยากกินเมนูโน่นนี่และป้าก็จะเข้าไปป่าหาย 2-3 วันและกลับมาด้วยเมนูใหม่ ป้าไปคิดค้นทำเมนูนั้นที่คนรีเควสจนได้ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนมาถึงที่ร้าน พนักงานบอกว่ามีเวลาหลายเวอร์ชั่น เพราะป้าตานั้นเติมเมนูเรื่อยๆนั่นเอง



ก่อนบินกลับกรุงเทพ ผมยังได้กลับมาซ้ำอีกครั้ง เมนูที่ชอบมีทั้ง คั่วกลิ้ง,แกงเผ็ดเป็ดย่าง และเมนูขึ้นชื่ออย่างปลาดุกฟูที่เชฟทั้งสองคนภูมิใจกับเมนูนี้มากๆ แต่อีกจานที่อยากพูดถึงเพราะอร่อยแบบไม่คาดหวังก็คือ ผัดไทยของทางร้านที่เมนูพื้นๆก็ตั้งใจทำออกมาได้ดีอร่อย อยากทานซ้ำ




และทางร้านก็ยังมีเมนูของหวานด้วยนะครับ



สำหรับผมที่บอกตรงๆว่าไม่ได้อินกับอาหารมังเลย แต่สำหรับการมาทานร้านสุขใจ การได้ลองทานอาหารมังที่ตั้งใจทำผมคิดว่ามันคือการ Experience ศิลปะของการทำอาหาร ทุกเมนูที่ผมได้ทานมันชวนทำให้เราคิดถึงคุณค่าของความตั้งใจของศิลปะการทำอาหารจากเชฟทั้ง 2 ท่าน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ แถมยังอร่อยมากด้วยนี่สิ

มากกว่าการได้ทานอาหารอร่อย คือความ ' สุขใจ ' ที่ได้ทานอาหารมีเรื่องราวและเต็มไปด้วยความรักและความตั้งใจจากเชฟทั้ง 2 ท่าน มาเชียงใหม่ครั้งหน้า ผมจะต้องกลับมาทานอีก



Sukjai by Pata Obasan

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : Instagram.com/sukjai_cnx/

ถ.เจริญเมืองกับถ.สันป่าข่อย อ.เมือง เชียงใหม่

เบอร์ติดต่อ : 065 054 6266

 
 
 

Comments


TAGS

© 2017 SURFER'S HOLIDAY THAILAND 

bottom of page