SRILANKA WELIGAMA

หลังที่ผมและติ๋วตัดสินใจพักที่ Colombo เพื่อปรับตัวและอยู่พอที่จะเรียนรู้การเที่ยวและใช้ชีวิตเบื้องต้นในศรีลังกาในเมืองหลวง 2 คืน ก็ถึงเวลาในสิ่งที่เรารอคอยมากที่สุด คือการเดินทางไปเที่ยวทะเลของศรีลังกา #ไปศรีลังกาไปกับแอร์เอเชีย #ศรีลังกา



จุดหมายของผมในวันนี้คือเมืองชื่อว่า Weligama ( เว-ลิ-กา-ม่า ) ซึ่งมีความหมายว่า หมู่บ้านแห่งทรายทะเล อยู่ห่างจากโคลัมโบ 144 กิโลเมตร นอกจากจะเป็นหาดที่มีโรงแรมบูทิคเกิดขึ้นเพียบแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งประมง ที่ชาวบ้านจะนำมาสดใหม่มาขายข้างถนนทุกวันและที่ยังเป็นเป็นสถานที่ ที่เพื่อนๆเห็นในภาพที่ใช้โปรโมตอย่างภาพคนตกปลาในโฆษณาต่างๆอีกด้วย แค่นี้ก็ชิคแล้ว



สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 เที่ยวเมืองหลวงของศรีลังกา โคลัมโบ

ซึ่งเป็นเรื่องราวของเรื่องพื้นฐานต่างๆที่ควรรู้ สามารถอ่านได้ที่ www.surferholiday.com/review/airasia-srilanka-colombo



และทริป The South Coast of Srilanka ก็ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการสักที เราตื่นเช้าเพื่อที่รีบเดินทางไปที่สถานีรถไฟหลักของเมืองโคลัมโบ เรียกว่า Colombo Fort Railway Station ( สามารถดูตารางการเดินทางได้ที่ ( http://colombofort.com/ ) รถไฟของศรีลังกาถือว่าเป็นเสน่ห์การท่องเที่ยวอย่างหนึ่งครับ เพราะเป็น Influencer ทั้งหลายถ่ายรูปตอนนั่งรถไฟกันเพียบ






รถไฟ เสน่ห์ที่ต้องลอง

จริงๆแล้วศรีลังกามีเส้นทางรถไฟที่ดังมากๆ คือเส้น Kandy - Ella เค้าว่ากันว่าเป็น The world’s most beautiful train trip กระนั้นเลย เพราะสองข้างทางสวย วิวดี อากาศดี อยากให้เพื่อนๆไปลอง Search ดู เส้นทางนี้จะอากาศสบายๆหลายคนนิยมนั่งเพื่อไปเที่ยวชมวิวข้างทาง ทำให้เส้นนี้มีที่นั่งให้เลือกหลายรูปแบบทั้ง 1st Class Observation car , 1st Class air-con seats, 2nd Class และ 3rd Class

แต่สำหรับเส้นทางการลงไปทางใต้นั้น จริงๆแล้วมี 1st Class Observation car หากเราต้องการเดินทางไปตอนใต้สุด จะเป็นเส้น Colombo Fort - Matara นั่งสบายรถไฟออก 06.55 สามารถสำรองตั๋วได้ล่วงหน้าที่ www.visitsrilankatours.co.uk/train-tickets-1.html จองยากวุ่นวายเหมือนกัน




แต่สำหรับผมแล้วเราตั้งใจไปเริ่มต้นการเที่ยวที่ Weligama ซึ่งมีรถไฟแค่แบบ 2nd Class และ 3rd Class เท่านั้น ซึ่งเราสามารถไปซื้อล่วงหน้าได้ หรือจะไปก่อนเวลารถไฟก็ได้แต่บางครั้งอาจเต็ม เราตัดสินไปรอบ 10.30 และกำหนดถึง Weligama ในเวลา 13.30 ใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง แต่อุปสรรคที่ทำให้การเดินทางของพวกเรายากลำบากเป็น 2 เท่าคือ การที่เราเอากระดานโต้คลื่นมาจากไทยถึง 4 กระดานโต้คลื่น แพคใน 3 กระเป๋าขนาดยาว 9 ฟุตหรือประมาณ 2 เมตร


นั่นทำให้การเดินทางลำบากมากขึ้นไปอีก 5 เท่า


ด้วยความเฉลี่ยวใจ ผมเลยตื่นเพื่อรีบไปซื้อตั๋ว ตั๋วราคาถูกมากแค่ 220 RP ( 40 บาท ) ถูกจนแอบตื่นเต้นในความถูกว่าจะต้องเจออะไร ตอนแรกกะวางกระเป๋า วางกระดานโต้คลื่นบนพื้นแบบชิลๆ นั่งชมวิวข้างทาง แต่ก็แอบคิดว่ากระเป๋าเราใหญ่มากจะขึ้นได้เหรอ เลยวิ่งไปหาเจ้าหน้าที่และโชวกระเป๋า คราวนี้หล่ะ เรื่องใหญ่ มีเจ้าหน้าที่เดินมาหาเต็มไปหมดและพาผมกับติ๋วเดินกันไปที่อาคารเหมือนโกดังอะไรสักอย่าง ข้างในเต็มไปด้วยคนงาน เค้าพูดกันสักพักแล้วไปตามหัวหน้า ตอนนั้นเหมือน Scene โดนลูกน้องตัวร้ายในหนังมาเฟีย Netflix จะพาคนมาฆ่าเอากระสอบทรายคลุมหัวแล้วยิงแน่ๆ แต่เปล่าเลย เค้าไปตามหัวหน้ามาคุยและอธิบายเราพร้อมหาทางช่วย สุดท้ายเราต้องจ่ายค่ากระดานโต้คลื่นอีกไม่กี่สิบบาท เพื่อนำไปใส่ในโบกี้ขนส่งสินค้าเพื่อความปลอดภัยและความสะดวก


เออดี คนศรีลังกาหน้าตาดุดันแต่เอาจริงๆใจดีมากๆนะ







และเราก็มานั่งรอรถไฟอยู่สักพัก ไม่นานรถไฟมา นี่คือช่วงที่ตื่นเต้นที่สุดของวันคือ ทุกคนกรูขึ้นรถไฟจา ผมกับติ๋วหันหน้ามองกันและได้แต่ช๊อค แล้วเราต้องทำไงว่ะ เอ๋อนานไปนิด ลังเลว่าใช่ไม่ใช่ ใช่ไม่ใช่ จนสุดท้าย ทุกตู้เต็ม ชิบหายแล้ว คือถ้าเราตกรถไฟรอบนี้แผนทุกอย่างที่วางไว้ โรงแรมวันนี้ที่จองโคตรยาก กระดานโต้คลื่นที่ขนไปกับรถไฟหล่ะจะทำยังไง


ผมเลยใช้วิชาที่ผมแม่และครูบาอบรมตลอดมา ผมลากติ๋วไปยังโบกี้นึงที่มีวัยรุ่นยืนอยู่เต็มประตูจนดูแล้วไม่น่าจะเดินเข้าไปได้ ผมรวบรวมกำลังบังคับแขนขวาขึ้นมา ประกอบกับแขนซ้าย ประนมมือและมองตาเด็กวัยรุ่นเหล่านั้น Please Let Me Get in. We have to go there today Please และปาฏิหารย์ก็เกิด


เด็กทุกคนลงจากรถไฟโดยมิได้นัดหมายและพอจะมีที่ให้เราสอดใส่ตัวเล็กๆเข้าไปทั้งสองคน นับเป็นบุญญาที่สะสมมาจริงๆ ไม่นานรถไฟก็ออกครับ ดูเหมือนการเดินทางทริปนี้จะต้องมีแต่เรื่องตื่นเต้นแน่ๆ




เราใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมงกว่าๆครับ แรกๆก็ยืน ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงก็เริ่มได้นั่งครับ ตลอดทางรถไฟจะวิ่งเลียบหมู่บ้านเล็กและเลียบหาดเป็นบางครั้งทำให้เย็นสบายๆ จริงแล้วหลายคนคิดว่ากลิ่นบนรถไฟต้องแรงมากๆแน่ๆ แต่ผมแทบไม่รู้สึกเลยนะ คนศรีลังกาไม่ได้มีกลิ่นตัวแรงนะครับและเค้าก็ดูจะเอ็นดูนักท่องเที่ยวมากๆ เค้าเห็นผมพยายามชะเง้อตัวไปดูทะเลบ่อยๆ สุดท้ายเค้าบอกว่าแลกทีกันสิจะได้เห็นทะเลชัดๆ น่ารักไปอีก




สำหรับการนั่งและยืนรถไฟครั้งนี้ ก็ขอยอมรับว่าเป็นเพราะความไม่รู้ แต่มันคือเสน่ห์ของการเดินทางจริงมั้ย ผลัดกันยืน ผลัดกันนั่งกันไปครับ ชิลๆ แม้เวลาจะยาวนาน แต่สองข้างทางก็สวยเพลิดเพลิน พอมีเวลาให้ผมได้เปิดฟังเพลงใน Playlist และบางครั้งก็หลุดร้องคลอจนคนรอบๆหันมามองเลยทีเดียว : )






และแล้วเราก็มาถึงสถานีรถไฟ Weligama จนได้ ต่อรถตุ๊กมาต่อกันที่โรงแรมที่เราจองไว้

สำหรับผมเหตุผลอีกอย่างที่จูงใจให้มา Weligama คือโรงแรมนี้ครับ Ceylon Sliders เป็นโรงแรมเล็กๆ 5 ห้องที่ออกแบบมาสวยน่ารัก ด้านหน้าเป็น Surf Shop และด้านหลังยังเป็นคาเฟ่ ที่นี่เป็นเหมือน Surfer Community และยังเป็นศุนย์รวมของคนคูลๆจากทั่วโลก สำหรับห้องแอบจองยากเหมือนกันนะครับ เต็มตลอด



Ceylon Sliders ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมของการโต้คลื่น โดย Petter & Liin ผู้ก่อตั้งตัดสินใจมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่หลังจากจบสงครามความขัดแย้งในศรีลังกา ประมาณปี 2009 โดยทั้งสองคนได้เริ่มจากการเปิดธุรกิจกิจชื่อ Sunshinestories Regreat เป็นที่พักที่เป็น community มีทั้ง Yoga และ Surf และต่อยอดมายัง Ceylon Sliders ที่พักขนาด 4 ห้องที่ตั้งอยู่หน้าหาด Weligama




Welcome Drinks

ซึ่งแต่ละห้อง มาจากสถานที่ที่ Petter & Liin เคยไปเที่ยวแล้วประทับใจนั่นเอง

Island Suite ,The Louisiana courtyard , The Stockholm Standard , The Galle Room


Island Suite

The Louisiana courtyard

The Stockholm Standard