LAVELA SUMMER CALLING 2020



อย่าปล่อยให้ Summer นี้ผ่านไปแบบน่าเบื่อ กับโปรโมชั่น Summer Calling จากโรงแรม LA VELA KHAO LAKหนึ่งในโรงแรมที่ผม Surfer's Holiday ชอบมากที่สุด

ขอบอกตรงๆเลยว่า ปีก่อนมีแต่คนเสียดายที่จองไม่ทัน เพราะราคานี้หาไม่ได้แล้วจริงๆ บวกกับ Benefit ที่โรงแรมใจปล้ำให้ทุกคน

ปีนี้ใครที่กำลังอยากจะไปเที่ยวทะเล อยากจะไปเที่ยวไปพักโรงแรมสวยๆ คุณจำเป็นต้องอ่านรีวิวนี้เลยครับ...



La Vela เป็นโรงแรมใหม่ในเขาหลักที่เปิดมาได้ไม่นาน แต่หลายๆคนก็คงได้เห็นภาพที่เพื่อนๆเช็คอินกันกับสระหินอ่อนสีขาวและน้ำที่เป็นสีฟ้าสดยังกับสนำทะเลที่เกาะสิมิลัน

ที่นี่ไม่ได้เหมาะแต่เพียงคู่รักนะ ยังเหมาะกับกลุ่มเพื่อนๆด้วย ลองอ่านรีวิวนี้ดูแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้นะ



เค้าบอกว่าความสุข มันอยู่กับเราไม่นาน แต่ความทรงจำดีๆอยู่กับเราตลอดไปครับ

ปีที่ผ่านมาผมเดินทางเยอะมากๆและก็ทำงานหนักเช่นกัน ไม่ค่อยจะมีเวลาสังสรรค์กับเพื่อนๆ เลยคิดว่าถึงเวลานัดเจอกันหน่อย ชวนกันมาเที่ยว กิน ดื่ม พูดคุยกันแบบเพื่อนสนิท พักผ่อนแบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย คล้ายๆคำว่า มานั่งโง่ๆที่ทะเลก็สบายใจ แต่ครั้งนี้ขอมานั่งโง่ๆ แต่นั่งใน Beach Club นั่งในสระสวยๆแล้วกัน



อันนี้เป็นข้อมูลจริงของผมครับ ผมมีโอกาสมาพักที่โรงแรม La Vela ตั้งแต่เปิดสัปดาห์แรก ต้องบอกว่าผ่านไปสองปี โรงแรมเปลี่ยนไปมากๆ ผมเห็นเพื่อนๆสายแฟชั่น เพื่อนๆที่ชอบทะเลมาพักกันที่นี่บ่อยๆ การที่ผมได้พักครั้งนี้ เลยเป็นการได้เห็นการเปลี่ยแปลงและพัฒนาการของโรงแรมอีกด้วย



สำหรับการเดินทางมายังโรงแรม La Vela เขาหลัก

เพื่อนๆสามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่ สนามบินนาชาติภูเก็ต ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินประมาณ 1 ชั่วโมง ( ระยะทาง 100 กิโล ) ก็มาถึงโรงแรม จากสนามบินสามารถเดินทางมาโรงแรมได้โดย

1. จองรถรับส่งจากโรงแรม อันนี้สะดวกมากๆ ไม่งง ไม่หลงทาง ไม่เสียเวลา เหมาะสำหรับคนที่อยากสบาย ประหยัดเวลา

2. เช่ารถจาสนามบินภูเก็ต อันนี้ก็แนะนำโดยเฉพาะคนที่ชอบเที่ยวหรือมากันเป็นกลุ่ม เพราะตัวหารเยอะ ข้อดีของการเช่ารถคือเดินทางสะดวก สามารถแวะทานของอร่อยๆได้ตลอดทาง และมาถึงเขาหลักแล้วก็ยังไปโน่นมานี่สะดวกอีกด้วย แนะนำให้หาโปรโมชั่นจองมากับ Avis , Chick Car Rent หรือบริษัทอื่นๆ จองมาก่อนราคาถูกกว่าเยอะเลย เฉลี่ยราคาวันละ 900 - 1000 บาท





โรงแรม La Vela Khaolak เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ติดหาดเลยครับ โดยจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ

โดยตึก A1 B จะเป็นตึกที่ใกล้ทะเลที่สุด ถัดมาจะเป็น A2 และอีกโซนคืออาคาร C,D,E ที่อยู่ใกล้ลอบบี้หน่อย

ตึกใกล้ทะเลจะมีห้องพัก Room Type ตามนี้ครับ Deluxe Room, Deluxe Oceanside, Deluxe Seaview, Pool Access Grand และ Pool Access Grand Seaview

และตึกที่เป็นวิวสระว่ายน้ำที่อยู่ใกล้ลอบบี้จะเป็นห้องแบบ Deluxe Poolside, Pool Access Room



หลังจากที่ได้ดูแผนที่และภาพอาคาร หลายคนอาจจะสงสัยเหมือนผมตอนที่มาครั้งแรก ว่าทำไมที่นี่เต็มไปด้วยรูปทรงสามเหลี่ยม อ่านตรงนี้แล้วทุกคนจะมีความสุขตอนที่พักมาขึ้นอีก 20%

นี่คือที่มาของสามเหลี่ยม La Vela แปลว่า ดาวใบเรือ ซึ่งตำแหน่งของดวงดาวเป็นรูปสามเหลี่ยมแบบใบของเรือใบ ซึ่งเรื่องราวของเรือ เชื่อมโยงกับที่ตั้งของโรงแรมที่อยู่ในเมืองตะกั่วป่า ที่อดีตเป็นเมืองที่รุ่งเรือง มีเรือสำเภาจากหลายๆประเทศมาแลกเปลี่ยนสินค้าและเมืองตะกั่วป่ายังเคยเป็นเมืองเหมืองแร่อีกด้วย

La Vela จึงเป็นโรงแรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของการเดินทางที่น่าสนใจ



มาถึงห้องพักแล้ว ห้องพักที่นี่ออกแบบมาได้ตามความต้องการของนักเดินทางจริงๆ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจของตัวเจ้าของเองที่เดินทางบ่อย หลายๆอย่างเลยออกแบบมาถูกใจเรามากๆ

บนผนังมีโปรโมชั่นและข้อมูลต่างๆของโรงแรม มีหลายอย่างน่าสนใจ เช่น Pool Party ที่มีทุกวันเสาร์ Buffet อาหารญี่ปุ่นที่ดูแล้วรู้สึกหิวมากๆ




ตอนโรงแรมเปิดตัวใหม่ สิ่งที่วงการแฟนๆที่ชอบพักโรงแรมฮือฮามากๆ คือห้องน้ำที่เลือกใช่สุขภัณฑ์เกรด Premium อย่างเช่น Grohe แบรนด์ดังจากเยอรมัน อย่างเช่นฝักบัวที่โรงแรม La Vela เลือกนำเข้ามาใช้เป็นที่แรกโดย Rain Shower มีความพิเศษตรงที่ มีระบบนวดไหล่ด้วย อาบน้ำสะใจมากๆ รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย จนเพื่อนมาตามทำไมอาบน้ำนาน

ภายในห้องยังมีอ่างอาบน้ำพร้อมระบบนวดทุกห้องด้วยนะครับ ลองดูภาพในคอมเมนต์นะครับ



ระหว่างที่เพื่อนอีกคนกำลังอาบน้ำ ผมขอพาเพื่อนๆเดินไปเที่ยวที่ Cotton Cafe กันดีกว่า

ปกติแล้วผมเป็นคนชอบดื่มกาแฟมากๆ และทุกวันจะทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ กาแฟอร่อยเลยเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลย ที่นี่มีคาเฟ่ข้างสระน้ำที่บรรยากาศดีมากๆ ลองเข้าไปดูกันครับ



จากที่เห็นรูปอาหารต่างๆที่ผนังในห้องแล้วเกิดอาการหิวเลยลองสั่งพาสต้าและพิซซ่ามาทาน ทั้งสองจานดีมากๆเลยครับ โดยเฉพาะพิซซ่าแป้งสีดำ Kokulo Pizza ที่เป็น Signature หน้าซีฟู๊ดที่รสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทยและถูกปากผมเป็นอย่างมาก อร่อย

Menuในภาพด้านล่างคือ Sea Bass เป็นเมนูโปรดของผมเลยเป็นพาสต้าเส้นดำ กับปลากระพงชิ้นใหญ่ คลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอก แอนโชวี่ พริกและกระเทียม อร่อยดี จานนี้ราคา 490 บาทเป็นปลากระพงด้วยถือว่าไม่แพง



มีทั้งโซนห้องแอร์และก็โซนเอาท์ดอร์นั่งทานอาหารและเครื่องดื่มข้างๆริมสระหินอ่อนสีขาว



Cotton Cafe ให้อารมณ์คล้ายห้องสมุดที่มี เกมส์ให้นักเล่น มี Imac 2 เครื่องที่แขกสามารถมาใช้งานได้ และยังมีหนังสือที่น่าสนใจหลายเล่มเลย



หยิบ Michellin Guide มาอ่าน ซึ่งอันนี้ภูมิใจนำเสนอว่า โรงแรม La Vela ได้เป็นโรงแรมที่หนังสือแนะนำและรับรองโดย Michelin ด้วยนะ

แต่ที่รู้สึกดีไปอีกขั้นคือในจังหวัดพังงาไม่จากโรงแรมลาเวล่า ยังมีร้านอาหารที่ Michallin แนะนำ ผมข้อเขียนเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆได้ตามไปลองทานดูนะครับทุกร้านอร่อยจริงจัง ขอเลือกมาสองร้านล่ะกัน 1. หลวงเทน อาหารใต้แซ่บสะใจไฟออกหู จนต้องร้องหรอยจังฮู้ ตะโกนกลางร้าน ร้านอยู่ห่างจากโรงแรมแค่ 9 กิโลเองครับ

2. ครัวน้อง อาหารใต้และอาหารทะเล ที่เจ้าของร้านเลือกวัตถุดิบเฉพาะสดใหม่ทุกวัน เมนูอร่อย เช่น ปูนิ่มทอดกระเทียม เมนูปลาต่างๆ กุ้งผัดสะตอ น้ำพริกกุ้งเสียบ

เสริมอีกนิด ถ้าใครบินมาลงตอนเช้า เหลือเวลาก่อนเช็คอิน ระหว่างทางมาเขาหลักสามารถแวะทานได้อีกสองร้านที่มิชลินแนะนำ คือร้าน กอบโภชนา อยู่ที่ท้ายหมือง และครัวตาทวยอยู่ใกล้สะพานสารสิน





มาถึงห้องกันบ้าง ในช่วง High Season โรงแรมเต็มตลอดและพูดตรงๆว่าห้องราคาสูงมากๆบางวันเกือบหมื่นก็มีนะ แต่โปร Summer Calling เนี่ย เฉลี่ยตกแค่คืนละ 2,900 บาทเท่านั้นเอง

ลองอ่านข้อมูลโปรโมชั่นได้ที่ http://bit.ly/3b29kx0

ห้องที่ผมพักวันแรกก็คือห้อง Family ซึ่งห้องกว้างมากๆและแบ่งเป็นสองเตียง เราสามารถเลื่อนพาร์ทิชั่นตรงกลางมากั้นได้อีกด้วย




อันนี้ต้องอ่าน !!!!

ที่นี่ ผมเชื่อว่าสร้างมาเพื่อสนอง Need ของเจ้าของจริงๆ เพราะทุกอย่างเหมือนได้ถูกออกแบบมาด้วยความเข้าใจ ผมแอบถามพนักงานถึงที่มาต่างๆ

1. ตู้เย็นใหญ่ทุกห้อง เกิดมาจากการที่เจ้าของเวลาเดินทางชอบซื้อไอศกรีมมาทานและตู้เย็นในห้องของโรงแรมส่วนใหญ่เป็นตู้เล็กๆใส่ไม่พอและไอศกรีมก็ละลาย ที่นี่เลยเลือกใช้เป็นตู้เย็นขนาดใหญ่หมด แช่เบียร์ได้เต็มๆตู้ 55555

2. ใช้ลำโพง BOSE นอกจากโทรทัศน์ที่ใหญ่มากๆ เราสามารถใช้โทรศัพท์เชื่อมต่อ Bluetooth ฟังเพลง ในห้องน้ำได้เสียงดีมากๆ หรือจะดู Netflix จากบนเตียงก็สะใจซะเหลือเกิน

3. ที่วางกระเป๋าเดินทางถูกบุมาอย่างดี เพราะว่าเจ้าของโรงแรมเชื่อว่า หลายๆคนหวงกระเป๋าเดินทาง อยากให้วางแล้วไม่เป็นรอย ไม่เลอะ จึงบุเป็นที่วางอย่างดี และยังสามารถใช้เป็นที่นั่งแต่วตัวได้ด้วย

4. Balcony ระเบียงที่นี่ทุกห้องมี Day Bed ที่นั่งนอนสบาย สามารถนั่งได้สี่คนเลยนะ จะเล่นไพ่หรือปาร์ตี้ก็ได้

5. Internet โรงแรมนี้น่าจะแรงที่สุดในเขาหลัก

6. ระบบแอร์รุ่นใหม่ที่เย็นเร็วภายใน 20 วินาทีอันนี้ดีและถูกใจมากๆครับ


<