Bali SURF-Eat-SLEEP

ผมมีโอกาสไปบาหลีหลายครั้งตลอด 2 - 3 ปีที่ผ่านมา บาหลีมีมุมมองการท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆ เรียกได้ว่าไปซ้ำกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเพราะบาหลีมีอะไรแปลกใหม่เสมอและทุกครั้งที่ไปก็มีความทรงจำที่ดีและเรื่องราวที่น่าประทับใจกลับมาทุกครั้ง


สำหรับทริปนี้ผมเลือกไปพักผ่อนที่บาหลี 7 วันกับเพื่อนสนิทที่ Lifestyle เหมือนๆกัน เลยขออาสาพาเพื่อนๆไปอัพเดตว่าตอนนี้ บาหลีมีอะไรน่าสนใจบ้าง ผมขอพาทุกคนออกมาจากโซนกูต้าที่มีข้อมูลเยอะแยะแล้ว ลองไปเที่ยวอูลูวาตูและเมือง Surf town อย่างชางกูอีกด้วย


#เที่ยวบาหลี #Bali #SurferHoliday



สำหรับทริปนี้ผมตั้งใจไปเที่ยวแบบสบายๆ วางกล้องตัวใหญ่ไว้ที่บ้านและขอ เล่าเรื่องทั้งหมดของทริปนี้จากการบันทึกภาพโดย Galaxy Note9 ที่ผมพึ่งแกะกล่องก่อนไปทริปแค่หนึ่งวัน มาดูกันว่า Galaxy ของผมบันทึกอะไรไว้บ้าง



ทริปนี้ผมเลือกบินไปกับสายการบิน airasia เพราะราคาถูกมากๆและ ถ้าใครที่เจอตั๋วราคาตั๋วกว่า 6,500 บาท ผมขอแนะนำให้กดรีบจองโดยไม่ต้องใช้สติเลยครับ ทริปนี้ผมจองได้ในราคา 5,030 บาท คุ้มแสนคุ้ม การเดินทางจากกรุงเทพไปบาหลีใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง


ระหว่างนั่งรอขึ้นเครื่องเราก็มีการประชุมแผนว่าจะไปเที่ยวไหนกันบ้าง ใครมีอะไรในใจที่ห้ามพลาดและรีเช็คข้อมูลการเดินทางทุกอย่างเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง




Uluwatu


ทริปนี้เราตั้งใจเริ่มต้นด้วยการโต้คลื่นกันที่อูลูวาตู ซึ่งเป็นจุดโต้คลื่นที่ดังระดับโลก แต่เพื่อนที่ไม่ได้โต้คลื่นอย่าพึ่งเบื่อไปเพราะผมไปอ่านเจอมาว่าที่หาด Uluwatu มาหาดลับซึ่งคนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก


ผมตัดสินใจเลือกจองห้องพักง่ายๆ ไม่ต้องหวือหวา เพราะแค่ใช้นอนและเก็บของเท่านั้น ซึ่งแห่งพักบริเวณนี้ถูกมากๆ หนึ่งหลังราคาต่อคืนประมาณ 1,000 บาท


* สำหรับเพื่อนๆที่เดินทางมาครั้งแรก ผมแนะนำว่าควรทำการจอง Taxi ไว้ล่วงหน้า ถูกกว่า ประหยัดเวลากว่าและปลอดภัยกว่าครับผม มาไฟล์ทดึกเดินออกมาก็แค่มองหาป้ายชื่อและหลับไปยาวๆได้เลย ไม่ต้องเสียเวลากังวลและคอยเปิดแผนที่ครับ




HIDDEN CAVE BEACH SULUBAN หาดลับที่ต้องลอดหินเข้าไป


หาด Suluban หรืออีกชื่อคือ Blue Point เป็นหาดที่น้อยคนจะรู้จักครับส่วนใหญ่จะรู้จักในหมู่คนโต้คลื่น เนื่องจากเป็นบริเวณหน้าผา เราจะต้องจอดรถและเดินลงมาตามบันไดหลายร้อยขั้นก็จะเจอกับหาดนึงซึ่งเป็นหินยักษ์ขนาบไปสู่ทะเล ตรงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่ถ่ายรูปที่ดังพอสมควรเลย


สำหรับช่วงเช้าพวกผมได้วางแผนไปโต้คลื่นกันครับ ด้วยที่จุดนี้เป็นจุดโต้คลื่นที่ค่อนข้างอันตรายมาผมเลยได้จ้างโค๊ชมาดูแล ชื่อว่า Sandy Slamet จะบอกว่าจุดนี้โต้คลื่นสนุกมากๆ แต่ด้านล่างจะเป็นหินจึงไม่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหากไม่ชำนาญอาจเกิดอันตรายได้


หลังจากที่เราโต้คลื่นกันเสร็จมองไปที่ทะเล เราก็เจอกับหาดลับที่ซ่อนตัวอยู่ครับ ถ้าไม่มองจากข้างนอกคงไม่รู้เลย เราจำเป็นต้องลัดเลาะไปตามฝรั่งที่เค้าเดินไปครับ ตีเนียนเดินตามไป





เราก็จะเจอกับอีกหาดที่มีแลนด์มา์รคเป็น เรือเท่ๆมีลายกราฟิตี้สีสดให้ถ่ายรูป บริเวณนี้สามารถมาอาบแดด เล่นน้ำได้นะครับ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก ที่หาดจะมีเห็นที่เป็นรอยเว้าเหมือนอ่างลงไป นักท่องเที่ยวนิยมมาแช่ตัวดูพระอาทิตย์ตกกัน มาถึงแล้วก็ขอถ่ายรูปไปอัพ Instagram หน่อย




หลังจากโต้คลื่นกันจนหนำใจก็ถึงเวลา เดินขึ้นไปพักทานข้าวด้านบน ( ด้านบนจะมีร้านข้าว ร้านขายของที่ระลึกมากมายครับ ราคาไม่แพง )





จากการที่เราโต้คลื่นกัน อย่างที่บอกครับว่าจุดนี้อันตรายพอสมควรเลย ผมเลยได้แผลมาเป็นของฝาก ได้มาทั้งหมด 3 แผลเลยขอเอาปากกา S-Pen วาดบันทึกไว้หน่อย บางแผลก็น่ากลัวมาก




คนบาหลีแซวติดตลกว่า นั่นไงคุณได้ Bali Tattoo แล้ว แล้วคุณจะคิดถึงบาหลีทุกครั้งที่เห็นรอยแผล 555 วันนี้สนุกมากต้องขอบคุณไกด์ของเราที่ดูแลและแนะนำเทคนิคการโต้คลื่นเป็นอย่างดี ก่อนแยกกันเลยขอถ่ายภาพ ถ่ายเสร็จก็ขอให้เค้าเซ็นลายเซ็นลงบนรูปให้เลย


-----


Shopping in Uluwatu

Uluwatu พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่บนเขา อาจจะไม่ได้มีนักท่องเที่ยวเยอะมากนักแต่ก็แอบมีร้านสวยๆ ซ่อนอยู่ตามซอกซอยเยอะเหมือนกัน ทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ และร้านขายของ


ติ๋วเพื่อนผมได้ทำการบ้านมา ว่ามีร้านดังที่แนะแวะไปซื้อของ ชื่อว่าร้าน Drifter Surf Shop Cafe & Gallery ( https://driftersurf.com/ )






นอกจากจะมีเสื้อผ้าสวยๆขายแล้ว ด้านหลังยังเป็นร้านอาหาร เป็นคาเฟ่มีเค้ก กาแฟและขนมต่างๆให้เลือกมากมาย



มาถึงร้านแล้วก็ควรให้เกียรติพนักงานในร้านโดยการซื้อกางเกงสักตัว

ข้อมูลร้านเพิ่มเติม : www.instagram.com/drifterbali

Address : Jl. Labuansait No.52, Pecatu, Bali และยังมีอีก 2 สาขา Seminyak และ Canggu

ในช่วงเย็นเรามุ่งหน้ากลับไปดูพระอาทิตย์ตกที่หาดเดิมครับ กับร้านดังที่ใครหลายคนอาจจะคุ้นชื่อกันดี " Single Fin " บาร์และร้านอาหารสุดฮิตที่ตั้งอยู่บนหน้าฝาและวิวโคตรดี ที่นี่แนะนำถ้าต้องการทานอาหารให้จองล่วงหน้านะครับ มาช้านี่ต้องยืนอย่างเดียวเลย อย่างเช่นผมกับติ๋ว



คนเยอะมากๆ ร้านตกแต่งแนว Surf สวยงามทุกมุม เพลงดีมาก บรรยากาศก็เช่นเดียวกัน



พระอาทิตย์เริ่มตกแล้ว ขอแอบเล่าถึงกล้องของ Galaxy Note9 สักนิด เพราะเป็นเลนส์คู่และ F ต่ำสุดถึง 1.5 สามารถทำให้บันทึกภาพได้ชัดทั้งกลางวันและกลางคืนที่แสงค่อนข้างน้อย และ Note9 ยังมี galaxy โปรแกรมอัจฉริยะ Scene optimizer ที่วิเคราะห์สิ่งที่เราถ่ายและปรับแต่งภาพให้ดียิ่งขึ้น



อย่างในภาพ Note9 ได้วิเคราะห์ว่าเป็นรูปพระอาทิตย์ตกก็จะทำการปรับให้อัตโนมัติ และยังมีโหสดอื่นๆกว่า 20 โหมด: อาหาร ภาพบุคคล ดอกไม้ ฉากในร่ม สัตว์ ทิวทัศน์ ทุ่งหญ้า ต้นไม้ ท้องฟ้า ภูเขา ชายหาด พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ถนน ริมน้ำ ฉากกลางคืน น้ำตก หิมะ นก แสงไฟ และข้อความ


ข้อมูลร้านเพิ่มเติม www.instagram.com/singlefinbali

Address : Pantai Suluban


ช่วงพระอาทิตย์ตกผ่านไปอย่างรวดเร็วผมเลยใช้โหมด Auto เก็บ 4 ช่วงเวลาไว้ ถือว่าโทรศัพท์สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีเลยทีเดียว ขอตัวไปทานอาหารดื่มเบียร์เย็นๆและกลับไปนอนก่อนนะครับ พรุ่งนี้เราจะพาเพื่อนๆย้ายไปเที่ยวอีกเมืองที่ผมชอบมากที่สุดในบาหลี " ชางกู "



แสงแดดอ่อนๆปลุกเราตั้งแต่เช้า ผมและเพื่อนรีบเก็บกระเป๋า เพื่อย้ายไปอีกโรงแรมที่ Canggu อ่านว่าชางกู ชางกูเคยเป็นเมืองประมงเล็กๆแต่ด้วยสภาพของคลื่นดีมากๆทำให้กลายเป็นจุดโต้คลื่นที่ได้รับความนิยม มีโรงแรมวิลล่าสวยๆเยอะมากๆและคาเฟ่ที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลาย สายคาเฟ่ต้องบ้าคลั่งแน่นอน


ผมเลือกพักที่ Ayok Surf & Stay ซึ่งเป็นห้องพักมีจำนวนเพียง 6 ห้อง เจ้าของเป็นนักกีฬาโต้คลื่นชื่อดังของเมืองนี้ชื่อว่า Ayok เป็นหนึ่งในไอดอลที่ผมติดตามมานานพอสมควร

ห้องพักสวยเรียบง่าย ราคาแค่ 940 บาท ต่อคืนเท่านั้น แต่ผมขอแอบบอกวิธีลัด หากจองผ่าน Airbnb ครั้งแรกจะมีส่วนลดถึง 1,200 บาท ( สำหรับการจองที่พักมูลค่า 2,600 บาท ขึ้นไป ) พัก 3 คืนลดแล้วจะเหลือแค่ 1,620 บาท คืนละ 500 บาทนิดๆโคตรดี


สามารถรับส่วนลดได้ด้วยการลงทะเบียนครั้งแรกที่นี่ https://bit.ly/2Pmj0qd ใช้ได้ทุกวิลล่าทุกโรงแรมนะครับ โคตร คุ้ม !!!!!!






ก่อนที่เดินทางมาที่บาหลี เราได้สั่งตัดกระดานโต้คลื่นไว้ครับ ขอเช่ามอเตอร์ไซต์สุดเท่ไปรับลูกชายใหม่หน่อย มอเตอร์ไซต์ที่นี่สามารถเลือกเช่ามีแบบที่วางกระดานโต้คลื่นด้วยนะครับ

ติ๋วได้สั่งตัดกระดานโต้คลื่นไว้ที่ร้านชื่อดัง S.U.K.E.T Surfboard ( www.instagram.com/suket_surfboards )

ได้เจ้าลูกชายมาแล้วครับ สีฟ้าสวยเชียว

* Custom Board คือบอร์ดสั่งตัดพิเศษที่เราสามารถเลือกขนาดที่เหมาะกับเรา เลือกสี ลวดลายและยังมีชื่อเราบนกระดานโต้คลื่นอีกด้วย

บ่ายแล้วโชคดีที่ผมและติ๋วบ้ากาแฟพอๆกันเราเลยชอบสรรหาร้านกาแฟ นั่งสบายๆจิบกาแฟ เช็คอินกัน ร้านนี้เป็นร้านโปรดผมเลย มาชางกูกี่ครั้งก็ต้องแวะมาที่นี่ ร้าน Cafe Organic เป็นร้านคาเฟ่ชื่อดังที่เมื่อก่อนต้องต่อแถวกันเข้า ที่นี่จะมีเมนูมากมาย แต่ส่วนใหญ่ผมเลือกสั่ง Iced Latte


ข้อมูลเพิ่มเติม : www.instagram.com/cafeorganicbali

Address : Jln. Batu Bolong 58x Canggu Bali นอกเหนือจากนี้ยังมีสาขา Seminyak ด้วยนะครับ




ผมมาเที่ยวบาหลีหลายครั้งวิธีประหยัดเงินที่ดี คือการเลือกทานอาหาร Local ครับ ลองมองหาร้านที่มีคำว่า Warang ( แปลว่า Restaurant แบบบาหลี ) ซึ่งผมชอบเลือกทานร้านที่มีลักษณะเหมือนข้าวแกงบ้าน เรา เราสามารถชี้ๆเลือกอาหารราดได้ และบางร้านยังมีข้าวให้เลือกหลากหลายอีกด้วย ราคาอยู่ที่ 60 - 80 บาทถือว่าราคาโอเคเลย


มีความคล้ายอาหารไทยอยู่ อร่อยดี


-----


Deus Canggu อีกร้านที่เป็นตำนานของเมืองชางกู


Deus แบรนด์ดังจากออสเตรเลีย แต่กลายเป็นว่า Deus ที่ชางกูเป็นที่ๆดังสุดเพราะเป็นแหล่งรวมตัวของนักโต้คลื่น จริงๆแบรนด์นี้ขายเสื้อผ้า รถมอเตอร์ไซต์คัสตอมและกระดานโต้คลื่นๆ และแบรนด์นี้ยังขึ้นชื่อเรื่องศิลปะและการปา์ตี้อีกด้วยครับ



มีห้อง Exhibition ที่ผลัดเปลี่ยนแสดงผลงานทุกเดือน

ด้านหลังเป็นลานกว้าง สำหรับจัดปาร์ตี้ ไว้คืนนี้จะพามาเที่ยวนะครับ


-----


มาถึงชางกูแล้ว ผมขอแอบบอกความสุขที่เรียบง่ายของที่นี่ คือการไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่หาด Batu Bolong ครับ หาดนี้ขึ้นชื่อสำหรับการโต้คลื่น มีร้านให้เช่ากระดานมากมาย รวมถึง Surf School ด้วย


อีกอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ของหาดนี้คือกำแพงร้าน Old Man's ร้านชื่อดังที่ตอนกลางคืนคนทั้งเมืองจะมารวมตัวปาร์ตี้กันที่นี่ ผมเคยมาหลายครั้งแล้ว ปาร์ตี้กันบ้าคลั่งระอุมากๆ สนุกดีดนตรีมันยันเช้าไปเลย


นี่คือร้านโปรดของผมชื่อว่า Sand Bar เป็นร้านเล็กๆที่อยู่ตรงทางลงไปหาด โชคดีที่มีเก้าอี้ว่างลองตัวพอดี เราสั่งเฟรนฟรายและเบียร์เย็นๆมานั่งจิบ

บรรยากาศดีมาก วันนี้ที่วงดนตรีมาเล่นที่หาดด้วย


ใครอยากนั่งเอนตัวสบายๆก็เชิญด้านล่างได้เลยครับ



Note9 มีโหมด Panorama ด้วยนะ ก็สามารถถ่ายภาพได้กว้าง ดูดีไปอีกแบบ


-----


อยากซื้อของทำไง


ลองไปเดินเล่นที่ตลาด Love Anchor เป็นเหมือนตลาดเปิดท้าย เปิดตั้งแต่บ่ายสามทุกวัน มีของหลากหลายให้เลือกทั้งเสื้อผ้า ของแต่งบ้านและของกิน


ถัดไปเป็นร้านอาหารโปรดของผมชื่อว่า Betelnut เป็นร้านกินเกิน 6 ครั้ง กินทุกครั้งที่มา อาหารอร่อยพนักงานบริการดีเป็นกันเอง



กล้อง Note9 ถ่ายกลางคืนออกมาดูดีทีเดียวครับ จริงๆแล้วกล้องยังมีโหลด Pro ที่ทำให้เราสามารถปรับ Speed Shutter และรูปรับแสดงได้ด้วย เหมือนภาพบนที่ผมอยากให้รถดูเคลื่อนไหว และไฟล์ของภาพยังสามารถเลือกให้เป็นไฟล์ Raw ได้อีกด้วย ทริปนี้เที่ยวแบบโล่งตัวมากๆ ไม่ต้องคล้องกล้องหนักๆ




นี่เลยร้าน Betelnut มีทั้งโซนห้องแอร์ด้านล่างและ Open Air ด้านบน


แอบคิดถึงอาหารไทยนิดนึงเลยลองสั่ง Yellow Curry กับไก่ชิ้นโตๆและติ๋วสั่งเบอริโต้ชิ้นเบ้อเร้อมาทาน อย่าลืมสั่งเครื่องดื่มด้วยนะ อร่อยมากๆ เมนูที่ผมสั่งมาจำชื่อไม่ได้ แต่มี Dragon Fruit, Coconut, Banana ฟินมาก รับประกัน


ข้อมูลเพิ่มเติม www.instagram.com/betelnutcafe

Address : Jl. Batu Bolong 60, Canggu


-----


เช้าวันรุ่งขึ้นผมขอพาทุกคนไปทานอาหารเช้ากับอีกร้านดังที่กำลังฮิตติดลมบนกับร้าน The Shady Shack ร้านคาเฟ่ที่เน้นไปทางอาหาร Organic และมีเครื่องดื่มแปลกๆให้ลองเพียบ ที่นี่เค้าไม่ใช้หลอดพลาสติกด้วยนะ แต่จะใช้อะไรลองเลื่อนลงไปดูครับ



นี่เลยเมนูอาหารเช้าของผม น่าทานมาก Avocado on toast และของติ๋วเป็น Vegie Burrito

นอกจาก Galaxy Note9 เวลาถ่ายจะวิเคราะห์ให้ว่ากำลังถ่ายอาหาร เพิ่มสีสันของภาพให้ดูดีขึ้นแบบอัตโนมัติแล้ว Note9 ยังมีอีกโหมดที่น่าสนใจคือ Live Focus ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วย


ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ ถ่ายเสร็จแล้ว สามารถมาปรับเลือกทีหลังได้ด้วยนะ จะเบลอมากเบลอน้อยก็ปรับเลือกได้เลยครับ


ข้อมูลเพิ่มเติม www.instagram.com/theshadyshack


-----


แว่บไปแอบเที่ยว Seminyak เพื่อเป็นการอธิบายให้นึกภาพได้ง่าย จึงขอเขียนทั้ง 3 แหล่งท่องเที่ยวที่เรียงกันดังนี้นะครับ


Kuta เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครก็เลือกมาเป็นที่แรกค่อนข้างอึดอัดรถติดมากเหมือนป่าตองพัทยา

Seminayak เป็นหาดที่ฮิปขึ้นมาหน่อย เป็นแหล่งชอปปิ้งมีร้านสวยๆหรูเพียบ

Canggu ลองจินตนาการถึง ปายที่ติดทะเล มีคาเฟ่เล็กๆมีทุกนามากมาย

เราตัดสินใจขับรถไปซื้อของกันที่ Seminyak ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จริงๆระยะทางไม่ไกลเลยแต่รถติดมากๆ






มีร้านรวงสวยๆเต็มไปหมด ชวนละลายทรัพย์มากๆ บอกเลยใจต้องแข็งมากๆ