PHNOM PENH : BANGKOK AIRWAYS

Bangkok Airways Boutique Journey ทริปนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สจะพาเราบินไปยังกรุงพนมเปญ เมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานและแอบซุกซ่อนไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว คาเฟ่ ร้านอาหารสวยๆ ที่คุณคาดไม่ถึง



#เที่ยวพนมเปญแบบบูทีค #Bangkokairways #BoutiqueJourney #AccorHotels #FeelWelcome #SofitelPhnomPenh



สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดให้บริการเส้นทาง กรุงเทพ - พนมเปญ 6 เที่ยวบิน/วัน ทริปนี้เราออกเดินทางกันเช้าสักนิดครับ จะได้เที่ยวได้เยอะขึ้น เลยเลือกเป็นไฟล์ท PG931 08:15 ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมง 15 นาทีเท่านั้น


* อย่าลืม Check-in ล่วงหน้าด้วย Bangkok Airways Application Version ใหม่ ที่ใช้งานง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้นนะครับ : )



สิ่งที่ทุกคนน่าจะชื่นชอบสายการบินบางกอกแอร์เวย์สเช่นเดียวกับผม คือ บริการเลาจน์ที่ทำให้เราสามารถไปนั่งรอขึ้นเครื่องและได้รับความสะดวกสบายด้วยบริการและอาหารต่างๆ


สถานที่ตั้ง: อาคารผู้โดยสาร D ชั้น 3 ( ตรงข้ามกับประตูขึ้นเครื่องหมายเลข D7 )




ห้องรับรองใหม่ดูหรูหรามากขึ้นกว่าเดิมและเพิ่มโซนต่างๆที่ดูเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนอาหารยังมีให้เลือกมากมายเหมือนเดิม บะกุ๊ดเต๋ , เกี๊ยวกุ้ง , ข้าวต้ม ( พึ่งทราบว่ามีมาม่าให้เลือกสั่งได้ด้วย ) และนอกเหนือจากนี้ที่เลาจน์ยังมีเบียร์และไวน์ให้ด้วยนะครับ




การเดินทางมาประเทศกัมพูชาไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่า สำหรับการเข้าเมืองก็มีเอกสารให้กรอกนิดหน่อยครับ


ใช้เวลาเดินทางน้อยมากๆ ไม่นานเราก็ถึงสนามบินพนมเปญซึ่งมีชื่อเดิมว่า "ท่าอากาศยานนานาชาติโปเชนตง" สะอาดเรียบร้อย ไม่ค่อยวุ่นวาย



ทริปนี้เริ่มต้นอย่างตื่นเต้นด้วยการไปเที่ยวตลาด เขาว่ากันว่าอยากเห็นวิถีชีวิตของคนประเทศไหนให้ลองไปเที่ยวตลาด เราจะเห็นสิ่งที่ชาวบ้านกินใช้และพื้นฐานของคนทั่วไป



ถึงแล้ว Central Market ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในพนมเปญและเคยถูกเรียกว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย สร้างขึ้นในปี 1937 ออกแบบโดย Jean Desbois ซึ่งมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ( เกิดจากยึดครองของฝรั่งเศส ) แรกๆก็ยังไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่ แต่เมื่อรถของเราจอดผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องพามาที่นี่


อาคารเป็นโดมใหญ่มากๆ น่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่แปลกมากๆในยุคสมัยก่อน หากมองจากด้านบนจะเป็นโดมวงกลมตรงกลางและมีทางแยกออกมาสี่ด้าน ที่นี่ถูกออกแบบให้มีช่องระบายอากาศเพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศของเมืองพนมเปญ





ที่นี่เรียกอีกชื่อนึงว่า Rich Market เพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบสดๆอันดับหนึ่งของเมือง เราเลยได้เห็นอาหารที่หลากหลายโดยเฉพาะผักผลไม้และอาหารทะเลตัวเบอเร้อ


* ที่นี่ยังมีร้านจำหน่ายเครื่องใช้ต่างๆ ร้านตัดผม ทำให้เราได้เจอผู้คนและเห็นวิถีชีวิตของคนที่นี่




มื้อเที่ยงของวันนี้ขอฝากท้องไว้กับร้านอาหารจีนใกล้ๆ ดูสะอาดและราคาไม่แพง



ของคาวได้เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อย ตามไลฟ์สไตล์ของผมที่ขาดกาแฟไม่ได้ เราจะพาทุกคนไปเพิ่มสารกระตุ้นความตื่นเต้นในทริปนี้ครับ ด้วยคาเฟ่ชิคๆที่ซ่อนอยู่ในตรอกซอกซอย ที่เอาจริงๆที่เดินผ่านก็อาจจะไม่รู้ครับ



ร้านชื่อว่า artillery-arts-cafe เป็นคาเฟ่ชื่อดังที่เปิดมาแล้วหลายปี มีบริการทั้งเครื่องดื่มและอาหาร











พี่คนนึงในทริปบอกว่าที่กัมพูชา พริกไทยดังมากๆ ( มาจากจังหวัดกำปอด ) ร้าน artillery-arts-cafe ก็ได้เอาพริกไทยมาทำเป็นไอศกรีม ลองแล้วมีกลิ่นหอมไม่ได้เผ็ดฉุน ให้ความรู้สึกไปอีกแบบนึง



สำหรับข้อมูลและที่อยู่คาเฟ่ สามารถกดอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://artillerycafe.com/


- - -


เรามุ่งหน้าตรงไปยังที่พักของเราเพื่อทำการเช็คอินครับ ตอนนี้ที่พี่ๆเล่าว่าที่พนมเปญเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากๆครับ มีคนมาลงทุนค่อนข้างมากตลอดทางก็จะเห็นการก่อสร้างตึกโปรเจคใหญ่ๆเต็มไปหมด และการท่องเที่ยวก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆทำให้มีโรงแรมสวยๆเกิดขึ้นมากมาย


  • ที่พนมเปญคนส่วนใหญ่จะทำงาน 7.00 - 11.30 กลับบ้านเพื่อทานข้าวและพักผ่อนและกลับมาทำงานอีกครั้งเวลา 14.00 ดีจัง

  • เนื่องจากโรงเรียนไม่เพียงพอ ทำให้นักเรียนต้องถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเรียนตอนเช้าและอีกกลุ่มเรียนรอบบ่าย

รถพาพวกเราเดินทางมาถึงโรงแรมแล้วครับ



และเราก็มาถึง Sofitel Phnom Penh Phokeethra กันเป็นที่เรียบร้อย โรงแรมใหญ่โอ่โถงมากๆ มีห้องพักถึง 201 มี 3 ห้องอาหารและมีห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในกัมพูชา ซึ่งเจ้าของโรงแรมคือคุณ สุภชัย วีระภุชงค์ นักธุรกิจไทยนั่นเอง


โรงแรมที่มีสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล สูง 12 ชั้น จากห้องสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขงได้


หลังจากที่ผมได้รับ Welcome Drinks และผ้าเย็น ผมก็อดตื่นเต้นไม่ไหวที่จะขึ้นไปที่ห้องครับ




ห้องสวยโปร่งสบาย ใช้โทนสีครีม เหลือง และไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แอบมีความคลาสสิคด้วยหัวเตียง โคมไฟต่างๆ ตามสไตล์โรงแรมในเครือ Accor Hotels



ขอเดินลงมาด้านล่าง พาเพื่อนๆเดินชมโรงแรมกันสักหน่อยครับ


" Life is Magnifique at Sofitel "


โรงแรม Sofitel ถูกตกแต่งด้วยภาพ กัมพูชาในอดีตจากศิลปินตามทางเดิน ซึ่งยิ่งสร้างความตื่นเต้นให้ผมครับ เพราะพรุ่งนี้เราจะไปหลายๆสถานที่ในภาพ




ใกล้ๆ Lobby มีคาเฟ่เล็กๆ ขนมปังอร่อย ราคาไม่แพงครับ



ถัดมาอีกนิดเป็นห้อง Business Room ซึ่งมีรูปบุคคลมีชื่อเสียงต่างๆที่เคยมาพักที่โรงแรมนี้ครับ เช่น แองเจลิน่า โจลี่ ( เคยมาพัก 5 ครั้งแล้ว) , แบรดพิตต์ , กง ยู และผู้นำประเทศต่างๆ มีท่านประยุทธด้วย : )





ผมใช้เวลาพักผ่อน เดินเล่น ฟังเพลง อ่านหนังสือจนถึงตอนเย็น คืนนี้เราทานอาหารกันที่ห้องอาหารจีนของโรงแรมครับ แต่ขอเดินผ่านห้องอาหารต่างๆเพื่อกระตุ้นความหิวครับ




LA COUPOLE ห้องอาหารนานาชาติที่ตอนกลางคืนมีอาหารบัฟเฟต์และตอนเช้าเป็นห้องอาหารสำหรับ Breakfast ครับ




ถัดมาเป็นห้องอาหารอิตาเลี่ยน DO FORNI เป็นอาคารคลาสสิคสวยดีครับ และที่นี่ก็ยังมีห้องอาหารญี่ปุ่นด้วย






หลังจากเราทานข้าวกันอิ่มอร่อยกับรสชาติอาหารจีนแท้ๆ พี่ๆที่มาด้วยกันในทริปก็พาเราไปเดินย่อยชมห้องพักห้องอื่นๆ






ห้องนี้เป็นห้อง VIP ที่ใช้ต้อนรับแขกคนสำคัญๆ แองเจลิน่า โจลี่ ก็เคยนอนห้องนี้นี่แหละ ที่โรงแรม Sofitel ยังมีห้องพักอีกหลายรูปแบบเช่น ห้องพักเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีห้องพักสำหรับเด็กแยกเป็นสัดส่วน หรือสำคัญคนที่ชอบออกกำลังกายที่นี่ก็มีห้องพัก ที่มีลู่วิ่งอยู่ในห้องเลยก็ยังมี



มาเที่ยวกับ Surfer's Holiday จะขาด Nightlife ไปได้อย่างไร คืนนี้ผมและเพื่อนเลยพยายามหาข้อมูลว่าพนมเปญมีน่าเที่ยวตอนกลางคืนบ้าง ขอให้ชิค ขอให้ใช่ เท่าไหร่ไม่เกี่ยงครับ


และเราก็ได้ข้อมูลจากพนักงานโรงแรมว่า วันนี้เป็นวันพฤหัสพอดี มีโรงกลั่นเหล้าชื่อว่า SAMAI ซึ่งจะเปลี่ยนจากโรงกลั่นเหล้ากลายเป็นบาร์เท่ๆให้คนได้เข้าไปสังสรรค์ทุกๆวันพฤหัส และเราก็ไม่รีรอที่จะเดินทางไปครับ จากโรงแรมนั่งรถตุ๊กๆไป ราคา 2$ นั่งไป 5 คนไม่แพงเลย

( ภาพจาก http://samaidistillery.com/ )





วันนี้คนเพียบเลยครับ คึกครื้นมากๆ ผมเปิดเมนูละสั่งเครื่องดื่มหลายอย่าง ที่ถูกใจและชอบที่สุดคือ Pain Killer ครับ ก่อนกลับพวกเราก็ไม่พลาดที่จะเดินไปซื้อเหล้ารัมจากกัมพูชากลับไปฝากเพื่อนๆที่ไทย


ส่วนตัวดีใจมากๆ ไม่คิดว่ากัมพูชาจะมีอะไรแบบนี้ ผมขอ Good Night ไปด้วย Gold Rum ที่ยังรู้สึกละมุนหอมอยู่ในปาก : )


More Information : www.facebook.com/SamaiDistillery


- - -






วันนี้โดยส่วนตัวผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะจะได้ไปเที่ยวสถานที่สำคัญๆของเมืองพนมเปญ ซึ่งน่าจะทำให้เรารู้จักเมืองพนมเปญมากขึ้น







พระราชวังหลวง Royal Palace เป็นพระราชวังเก่าแก่ของพระมหากษัตริย์กัมพูชา จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวามาก แต่สวยงามเรียบง่าย สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ในปี ค.ศ. 1866 หากได้ฟังไกด์เล่าเรื่องก็ยิ่งทำให้เราได้เห็นภาพในอดีต เช่น บางส่วนของอาคารมีบริเวณเทียบช้างและพระมหากษัตริย์สามารถออกจากอาคารและขึ้นบนหลังช้างได้เลย



ถัดไปก็เป็นวัดพระแก้ว ซึ่งมีของเก่าแก่มากมายให้เราได้ชมกันครับ น่าเสียดายที่ภายในไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ อดนำภาพมาให้เพื่อนๆได้ดูเลย




อากาศร้อนใช้ได้เลยครับ ผมคิดว่าการที่เรามาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญไม่ว่าจะเป็นวัดหรือพระราชวังต่างๆ ไม่ได้เป็นเรื่องที่เชยเลยครับ มีอะไรน่าสนใจมากมาย และถ้าหากเราตั้งใจฟังไกด์หรือได้อ่านข้อมูลดีๆ ทุกอย่างชวนในเราจินตนาการเหมือนได้ย้อนไปในอดีตจริงๆ จริงๆมีภาพภายในพระราชวังและวัดอีกมากมายแต่กลัวเพื่อนๆจะเบื่อกันก่อน งั้นเราเดินทางต่อกันเลยดีกว่าครับ





หลังจากวัดแล้วเรามุ่งหน้าเดินทางไปยัง Phnom Penh Museum







ที่นี่ก็อาจเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบโบราณคดี มีของสำคัญทางประวัติศาสตร์เยอะ แต่ถ้าใครไม่สนใจมาถึงแล้ว ตรงนี้ก็ถ่ายรูปสวยนะ 555


และอีกอย่างที่ผมรอคอยมากๆสำหรับ ทริปนี้คือร้านอาหารร้านนี้ครับ




ร้านนี้เป็นร้านที่ดังมากๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวครับ เป็นอาคารเก่าทรงคลาสสิคมากๆ เดินเข้าไปก็ได้บรรยากาศที่อบอุ่นมีเพลงเปิดคลอเบาๆ ตอนกลางวันมีอาหารและเครื่องดื่มกาแฟ พอตกค่ำก็จะกลายเป็นร้านกึ่งๆ Fine Dining ที่ผสมผสานอาหารยุโรปและอาหารท้องถิ่นเข้าด้วยกัน




บริเวณชั้นล่างก็จะนั่งๆสบ