ANANTARA MAI KHAO & M BEACH CLUB PHUKET


หน้าร้อนใกล้เข้ามาแล้ว วันนี้ผม Surfer's Holiday ขอพาเพื่อนๆไปอัพเดตบินไปเที่ยวจังหวัดภูเก็ตกันหน่อย ทริปนี้ผมพักที่ Anantara Mai Khaolak Villa และยังได้แวะไปเที่ยวบีชคลับน้องใหม่ M Beach Club ก่อนบินกลับกรุงเทพอีกด้วย Anantara เนี่ยเป็นโรงแรมที่ผมอยากนอนมานานมากๆ เป็นยังไงไปดูกันครับ



โรงแรม Anantara Maikhaolak Phuket Villas ตั้งอยู่บริเวณหาดไม้ขาวใกล้กับสนามบินภูเก็ตมากๆ ใช้เวลาเดินทางแค่ 15 นาที โดยส่วนตัวชอบหาดไม้ขาวมากๆนะครับ ค่อนข้างเงียบสงบ ตลอดทางมายังโรงแรมเรายังพอเห็นสวนมะพร้าวหรือพื้นที่ธรรมชาติอยู่มาก


พักที่นี่ก็ช่วยประหยัดเรื่องการเดินทาง เอาเวลารถติดไปอาบแดดดีกว่า : )



แค่เห็นทางเข้าก็บ่งบอกถึงความเป็นอนันตราเลย เพราะแบรนด์ตั้งใจให้ผู้เข้าพักรู้สึกก้าวข้ามไปสู่การเดินทางใหม่ ที่ทุกคนสามารถ Experience ในรูปแบบที่ตัวเองต้องการ ทางเข้าอลังตอนกลางคืนจะจุดไฟเป็นคบเพลิงด้วยครับ


ปัจจุบัน อนันตรามีโรงแรมและรีสอรทเปิดให้บริการทั่วโลกกว่า 35 แห่ง ทั้งในประเทศไทย มัลดีฟส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน กัมพูชา ศรีลังกา โมซัมบิก แซมเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ โอมาน และโปรตุเกส และกำลังมีแผนขยายไปอีกหลายประเทศ


เมื่อก้าวเข้าผ่านประตูสู่เมืองอนันตรา พนักงานก็เข้ามาต้อนรับด้วยการตีฆ้องสามครั้งและก็ได้รับพวงมาลัยดอกไม้กลิ่นหอมมาคล้องข้อมือ


ลอบบี้อยู่ส่วนด้านขวา เป็นเหมือนศาลาเรือนไทยกลางน้ำที่ร่มรื่น บริเวณรอบๆก็เต็มไปด้วยต้นไม้กับการจัดสวนที่ลงตัว



เรามาเช็คอินกันก่อนเที่ยงเลยขอดรอปกระเป๋าและตรงไปยังห้องอาหาร ห้องอาหารนี้เพื่อนๆผมเคยมาทานกันบ่อย ส่วนผมพึ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเลยครับ

ห้องอาหารชื่อว่า Sea Fire Salt ( ซี.ไฟเออร์.ซอลท์ ) เป็นร้านอาหารริมชายหาด ที่มี Signature ด้วยการ

เพิ่มรสชาติบาร์บีคิวอาหารทะเลและอาหารที่ปรุงบนอิฐเกลือหิมาลัยสุดพิเศษด้วยคำแนะนำจากกูรูด้าน

ซอลท์แอนด์ไวน์ (Salt and Wine)

ร้านอาหารตกแต่งด้วยไม้สีขาวและเสริมความเป็นทะเลด้วยการตกแต่งโคมไฟ แก้วชามเป็นสีฟ้า



Cool Down ตัวเองสักนิดด้วยเครื่องดื่มเย็นๆสักแก้ว




ขนมปังอร่อยดี



และนี่คือจุดเด่นที่จะช่วยเสริมให้อาหารแต่ละจานอร่อยมากยิ่งขึ้นครับ

เริ่มจากซ้ายสุดเรียงลำดับไปขวาคือ Lemon Salt - Seaweed Salt - Red Wine Salt ซึ่งพนักงานหรือเชฟจะบอกเราว่าจานไหนควรทานคู่กับจานไหนครับ ซึ่งเกลือหลายตัวที่เห็น ที่นี่ทำเองและวิธีทำก็ไม่ง่ายดูซับซ้อนหลายขั้นตอนครับ นอกเหนือจากนี้ยังมีเกลือวัตถุดิบชั้นดีจากประเทศต่างๆทั่วโลกให้เลือกอีกเยอะมากๆ



ผมขอเริ่มต้นด้วย Chilled Avocado ซึ่งเชฟแนะนำให้ทานคู่กับ Pink Himalayan Seasalt ครับ


อันนี้ของเพื่อนโต๊ะข้างๆเป็น Pumkin Soup ควรทานกับ Cumin Salt





อันนี้เป็น Grilled Seafood Tower อลังการมากๆ



อีกอย่างที่ร้านภูมิใจนำเสนอคือ Himalayan Salt Bricks ที่ด้านล่างเป็นก้อนเกลือหิมาลายันที่มีความร้อน ซึ่งทำให้ความเค็มของเกลือค่อยๆซึมเข้าไปในอาหาร มีกลิ่น รสชาติและความหอมแตกต่าง เป็น Signature ที่มาแล้วไม่ควรพลาด


Himalayan Salt Bricks : Wagyu Grade Beef Striploin เนื้ออร่อยมาก

Himalayan Salt Bricks : Seafood

และ Seared Salmon ทานคู่กับ Celery Salt


หลังจากทานกนจนอิ่มท้องและรู้สึกได้ถึงความสดใหม่จากทะเลอันดามัน ในห้องอาหาร Sea Fire Salt เป็นที่เรียบร้อย ถึงเวลาที่เราควรเอาตัวเองไปแช่สระว่ายน้ำในห้อง เปิดเพลงเพราะทำตัวเองให้สบายใจกับวันหยุดซะแล้ว


ภายในโรงแรมอนันตราไม้ข้าวมี Facilities และกิจกรรมเยอะมากๆ เหมือนกับจัดทุกอย่างไว้ ถึงอยู่ที่นี่ไม่ต้องออกไปไหนก็ได้ มีห้องสมุด ร้านค้า บริการต่างๆครบ


ระหว่างทางเดินไปยังวิลล่าของผม มีอีกห้องอาหารจริงๆแล้วเป็นเหมือนสถานที่ไว้ดื่มชา กาแฟ จิบไวน์ซะมากกว่า ตอนเย็นจะเปลี่ยนเป็นห้องอาหารแนวตะวันออกกลางและอินเดีย



มาถึงวิลล่าแล้วครับ วิลล่าของผมวันนี้เป็นแบบ 2 ห้องนอน ขอเล่าเสริมอีกนิดว่า อนันตราไม้ข้าวมีวิลล่าทั้งหมด 91 วิลล่า


โดยวิลล่าต่างๆได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากบ้านแบบบ้านชาวไทยทางภาคใต้และบางอย่างก็แอบผสมผสานแบบสมัยใหม่ ทำให้ไม่ได้ดูเลย แอบชอบสระมากๆกระเบื้องสวย



ทุกห้องยังมีศาลาที่สามารถลงไปนั่งพักผ่อนในบรรยากาศล้อมรอบด้วยทะเลสาบได้





ห้องนี้มีขนาดกว้าง 199 ตารางเมตร 2 ห้องนอน มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบถ้วน ซึ่งสามารถพักได้ถึง 4 ผู้ใหญ่ + 2 เด็ก