© 2017 SURFER'S HOLIDAY THAILAND 

  • Surfer's Holiday

รีวิว เที่ยวโอกินาว่ากับสายการ PEACH



ความรู้สึกของผมเหมือนโดนแฟนบอกเลิก เมื่อได้ยินว่าทริป " บาหลี " ที่วางแผนมาเนิ่นนานโดนบอกยกเลิกกระทันหัน กระเป๋าที่จัดไว้แล้ว เหลืออีกไม่กี่วันก็จะได้บินไปโต้คลื่นที่บาหลี

กำลังเปิดกระเป๋า เพื่อเอาเสื้อผ้าๆของที่เตรียมไว้เอาออกไปไว้ที่เดิม เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

อมยิ้ม : พี่ๆ ไปโอกินาว่ามั้ย ผมบังเอิญเปิดเจอราคาโคตรดี แฟนผมหยุดด้วย ไปเที่ยวโอกินาว่ากัน

ผม : ไปดิ ไม่เมื่อไหร่

อมยิ้ม : เสาร์นี้พี่ พี่เก็บกระเป๋าเลย อีก 3 วันบินเลย

ผม : เห้ย เอาจริงดิ ตั๋วไม่แพงเหรอว่ะ

อมยิ้ม : ตั๋วเที่ยวละ 1,900 บาท พี่เข้าไปลิงค์นี้เลย

และการทริป โอกินาว่า ก็เริ่มต้นขึ้น


สายการบินที่เราทั้งสี่คนเดินทางไป ครั้งนี้คือสายการบิน Peach Airline ซึ่งเป็นสายการบินลูกของ ANA

ซึ่งเปิดในไทยและมีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยปัจจุบันมีไฟล์ทบินเพียงวันละไฟล์ทเท่านั้น

Bangkok (Suvarnabhumi) - Okinawa (Naha) ซึ่งเวลาเดินทางดีมากๆ บินถึงเช้าเที่ยวต่อได้เลย


ก่อนหน้านี่สายการบินมีข่าวเคยยกเลิกไฟล์ท 1 ครั้ง ทำให้เกิดกระแสกลัวโดนเท่ แต่ผมก็ได้ไปลอง Search หาสาเหตุของการเลื่อนไฟล์ทในวันนี้ และเข้าใจถึงเหตุผลจึงไม่ได้กลัวเรื่องการเปลี่ยนแปลงมากนัก

แต่เพื่อความแน่ใจก็เลยเลือกซื้อประกันการเดินทางกับ บริษัทหนึ่งไว้ เพียง 399 บาท ซึ่งถ้าสายการบินดีเลย์ หรือสายการบินยกเลิก เราก็จะได้รับเงินชดเชย และประกันยังดูแลเรื่องอื่นๆอีกด้วย คุ้มมาก !!

* นี่คือการซื้อประกันการเดินทางครั้งแรกในชีวิต ลดความกังวลได้เยอะเลย


Peach ใช้เครื่องบิน Airbus 320 เหมือนเครื่องบิน Airasia ใช้เวลาทั้งหมด 4.30 ชั่วโมง กำลังดี




สูตรลับในการเดินทางครั้งนี้ เบียร์ 1 กระป๋อง หลับสบายๆ ลืมตาอีกที ก็ถึงโอกินาว่าแล้ว




นี่ จาจา Life with muay ในแบบไม่เขียนคิ้ว / ขอถ่ายรูปกับแอร์เจอท่าแปรงล่างไปแปรงบนด้วย


ทริปนี้เป็นทริปกระทันมากๆ เพราะจองล่วงหน้าแค่ 3 - 4 วันและบินเลย เราตัดสินใจจองรถกับ OTS จองกระทันหัน ล่วงหน้าแค่ 1 วัน มาถึงสนามบินก็ต้องต่อรถไปที่ OTS อีกทีใช้เวลาประมาณ 15 นาทีครับ



ไปถึงก็แสดงเอกสารต่างๆแก่เจ้าหน้าที่ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมค่าประกันอุบัติเหตุเป็น 39,430 Yen หาร 4 ก็เหลือคนละ 2,000 ต้นๆ สำหรับ 6 วัน แต่ได้ขับรถรอบเกาะ เราโอเค



ตอนที่เค้ากำลังอธิบายก็เดินไป สะ-แหลน หน้า เค้าถามว่าเรามาจากไทยเหรอ ถามว่าคุณมา 4 คนใช่มั้ย

" คุณโอเคมั้ย ถ้าเราจะอัพเกรดรถให้คุณเป็นรถรุ่นใหม่ ฟรีๆ " ทุกคนตอบโดยพร้อมเพรียง " โอเคร !!! "


นี่คือรถ Toyota C-HR ซึ่งยังไม่ได้เปิดตัวที่ไทย ราคารถประมาณ 1,000,000 บาทและใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เยดโด้วววว แค่เห็นก็ขนลุก



สถานที่เราเลือกเดินทางไปที่แรก คือ Cave Cafe ซึ่งอยู่ตรงข้าม Okinawa หนึ่งในสถานที่ที่เราจะมาเริ่มเที่ยวในวันนี้



มาถึง Okinawa อย่าลืมลองดื่ม 35 Coffee ซึ่งความสนใจอยู่ในเรื่องราวของกาแฟแบรนด์นี้

กาแฟ 35 เป็นการทำกาแฟมาคั่วโดยใช้ซากปะการังที่ตายแล้ว ทำให้เกิดความร้อนและคั่วในเวลาที่เหมาะสม โดยกำไรส่วนหนึ่งของการขาย ถูกนำไปช่วยโครงการอนุรักษ์ทะเล เราจะกาแฟนี้ทุกซอกของเกาะโอกินาว่า



Okinawa World

เป็นสถานที่จำลองสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของชาวริวกิวในอดีต เนื้อที่ค่อนข้างใหญ่ ข้างในมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมายแถมมีการแสดงแบบชาวโอกินาว่า ( ริวกิว ) ให้ชมด้วย นอกเหนือจากนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์สวนงูฮาบุ ให้เข้าชมอีกด้วย เราสามารถเลือกได้เลยว่าอยากชมส่วนไหนบ้าง มีหลายราคา

* พิพิธภัณฑ์สวนงูฮาบุ แล้วแต่ความสนใจ แต่ถ้ามีเวลาเหลือก็ลองดู เด็กๆน่าจะตื่นเต้น งูเพียบเลย

** งูมีความสำคัญต่อชาวโอกินาว่ามากๆ ใครสนใจก็ลองดูเนอะ


เราซื้อแบบ 1,650 Yen ประมาณ 1650 บาท





และนี่คือสิ่งที่เจ๋งที่สุดใน Okinawa World ครับ


ถ้ำเกียวคุเซนโดะ (Gyokusendo Cave)

เป็นซ้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความยาวที่สุดในทิศใต้ของเกาะโอกินาว่า และยาวถึง 5 กิโลเมตร ( ยาวเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ) ข้างใน ใหญ่ ยาว มากๆครับ สวยงาม อันนี้ต้องมาเลยแนะนำ





ทางออกมีรูปให้เราฟรีด้วย


เดินมาในหมู่บ้านริวกิวก็จะมีกิจกรรมต่างๆ ทั้งสวมใส่ชุดโอกินาว่า กิจกรรมวาดภาพ เล่นเครื่องเล่นโบราณ

กิจกรรมแยะ ของเล่นเพียบ



อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ขึ้นชื่อมากๆของเกาะ โอกินาว่า คือเหล้าอะวาโมริ ซึ่งมีการใส่งูฮาบุเข้าไปดองด้วย

ซึ่งเหล้าอะวาโมริ มีวัตถุดิบสำคัญคือ ข้าวไทย และได้รับการถ่ายทอดการหมักมาจากประเทศไทย

ในยุคริวกิวนั่นเอง เจ๋งป่าวหล่ะ มาแล้วต้องลองเว้ย



ใครที่ไม่ถนัดเหล้าแรงๆ ก็อย่าลืมลองดื่ม Craft Beer ดูดี ที่มีส่วนผสมโดยใช้นำ้ทะเล มาหมักเบียร์

รสชาติโอเคเลยนะ เพลินๆ


ผมใช้ App Google translator ตลอดทริป แค่เปิดแอพและจ่อไปที่ภาษาญี่ปุ่น มันจะเป็นเปลี่ยนภาษาอังกฤษให้อัติโนมัติ ช่วยได้เยอะเลย


บริเวณทางออกมีของให้เลือกซื้อเยอะมากๆ อย่าพกเงินมาเยอะนัก เด๋วจะหมดตัว


เราเดินทางกันมาต่อที่หาด Mibaru ซึ่งเป็นหาดตอนใต้อยู่ไม่ไกลหนัก แต่ด้วยฟ้าฝนไม่ค่อยเป็นใจ

ไปดูบรรยากาศคร่าวๆกันก่อนนะ ( ก่อนกลับไทยมาอีกรอบ )









ทริปนี้อย่างที่บอกว่าเป็นทริปกระทันหัน เราจึงไม่ได้จองที่พักในแต่ละวันไว้เลย ด้นสดทุกๆวัน

คืนนี้เราเลือกนอนกันในเมือง Naha ซึ่งคืนนี้ตั้งใจไปเดินที่ถนน โคคุไซโดริ

โดยปกติแล้ว ผมค่อนข้างเลือกพักเฉพาะโรงแรมที่เน้นไปทาง Design เปิดมาเจอโรงแรมนึงถูกใจมากๆ

และราคาที่เจอตอนนั้นก็คุ้มสุดๆ แค่ 2,000 บาท


ถึงแล้ว Estinate Hotel Hana เป็น Design Hotel ที่ผสมผสานศิลปะของโอกินาว่าไปในดีเทลต่างๆ

ลองเข้าไปในเวบไซต์ดูนะ เวบสวยมากๆ แต่จองผ่าน Booking.com หรือ Agoda สะดวกกว่า

http://estinate.com/







ดึกแล้วไปเที่ยวถนนโคคุไซโดริกันครับ








ด้วยความ กระหาย กระหิวของเรา ทุกคนโหวตว่าคืนนี้ขอ อาหารค่ำแบบโอกินาว่าแบบโหดๆสักมื้อ

เราเดินเลือกร้านไปเรื่อยๆหลายกิโล หลายสิบนาที เลยขอจบที่ร้านนึง ร้านนี้เราขอเรียกว่า ป้าใจร้าย


ที่โอกินาว่า ร้านอาหารส่วนใหญ่บนถนนนี้จะมีการแสดงดนตรีแบบโอกินาว่า เฮฮา สนุกสนาน


ด้วยความหิว หิวแบบกินควายได้ทั้งตัว เราเลยสั่งกันไปแบบไม่ยั้งปาก



สาหร่ายพวงองุ่นดังมากๆที่โอกินาว่า ซึ่งมีขายทุกร้าน ถูกนำมาปรุงทั้งโซบะ สลัด และอาหารหลกหลายเมนู

รสชาติไม่ต่างกับไทย แต่ไปถึงโน่นก็ลองดูซักมื้อ



อันนี้ก็อ่านเจอว่า ต้องลอง เต้าหู้ของโอกินาว่าา


อันนี้ก็เป็นอีกเมนู ที่คนย้ำว่ามาโอกินาว่า มาแล้วต้องลอง



อันนี้ก็เป็นอีกอันที่ดังมากๆ โอ้ยยยยยย อะไรๆก็ดังที่โอกินาว่า สรุปสั่งอาหารไป 7-8 อย่าง


มื้อนี้สำหรับผมแล้ว เป็นมื้อที่ประทับใจมากๆ เพราะยิ่งดึกบรรยากาศยิ่งสนุกสนาน วงดนตรีเริ่มชวนผู้คนออกมาเต้น เริ่มชวนกันร้องเพลง กลายเป็นว่าคนในร้านลุกขึ้นเต้นกันอย่างสนุกสนาน ชนแล้วกันมันส์เลยครับ

บอกเลยมื้อนี้ผมมีความสุขมากๆ



เผื่อใครอยากตามไปนาน ร้านนี้อยู่ชั้นล่างนะครับ ไปตามดูโลเคชั่นในเพจนะ

------------------------------- วันที่ 2 -------------------------------


ก่อน Check Out ขอแชะไว้เป็นที่ระทึกสักรูป


ที่นี่มีอาหารเช้าด้วยครับ เป็น Oprtion เสริมดูรูปแล้วน่าทานดี ราคาคนละ 300 บาท








อ๋อ ลืมแนะนำสมาชิกร่วมทริปนี้ น้องเซี่ย พลขับสายเอนเตอร์เทนของเรา


คืนที่ 2 เราเลือกจองที่พักกันแบบเฉพาะหน้าอีกแล้ว ที่ Spice Motel

เห็นคำว่า Motel ก็อาจจะดูจั๊กจี้ เพราะมันมีลักษณะคล้ายๆม่านรูดในไทย

แต่จริงๆที่นี่ เป็น design motel ที่ตั้งใจตกแต่งแนว Retro คงความคลาสสิคเท่ๆ

ราคา 1,600 บาท / คืน ( โคตรถูก ) * มีห้องสำหรับ 3 คนด้วยนะ










จริงๆจุดมุ่งหมายของเราคือการ Shopping ครับ เพราะดูจากพยากรณ์อากาศแล้ววันนี้ฝนตกหนัก

วันนี้เลยเลือกเที่ยวห้างต่างๆ เริ่มต้นที่ห้าง AEON ( ไม่ได้ถ่ายนรูปมา )

ห้าง AEON ถือเป็นห้างที่ทันสมัยที่สุดในโอกินาว่าแล้วครับ ถ้าไปแนะนำ Food Court อาหารอร่อยเพียบ


อันนี้คือ American Village เอาจริงๆก็ไม่ค่อยมีอะไรนะ แต่คิดว่าถ้าอากาศดี ไปถ่ายรูปที่นี่คงได้รูปสวยๆ

แน่นอน




คำ่คืนนี้ จาจา แห่ง Life with Muay ได้เปิดหนังสือและจิ้มพาเราไปทาน เนื้อวัวเกรดดีที่มีเชฟมาปรุงให้ถึงโต๊ะ

เนื้ออร่อยมากๆ ราคาไม่ค่อยแพงนะ ประมาณ 400 บาทไทย




อีกสิ่งที่ไม่ควรพลาดที่ โอกินาว่าคือ ไอศกรีม Blue Seal ไอศกรีมชื่อดังของเกาะนี้ มีขายทั่วไป


รสชาติที่แนะนำให้ลองคือ มันม่วง ( Sweet Potato )


คืนนี้เราจบด้วยกิจกรรม ละลายพฤติกรรม เล่นไพ่ พร้อมกับการรีวิวเบียร์ที่กวาดมาจนหมด Lawson



จบแบบ พังๆ


------------------------------- วันที่ 3 -------------------------------





















#japan #travel