Green Journey at JAMPA. Tasting Sustainability

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ผมมีโอกาสได้แวะมาที่ JAMPA ในจังหวัดภูเก็ต ร้านอาหารที่ได้รับรางวัล Green Michelin ที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดที่เริ่มต้นจากความหลงใหลในอาหาร โดยที่นี่เป็นฟาร์มอินทรีย์ที่เชื่อในวิถีความยั่งยืนแบบ Zero-Waste ซึ่งชูคอนเซปต์หลักทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่:
* LIVE FIRE: การทำอาหารด้วยฟืน
* LOCALLY-GROWN INGREDIENTS: วัตถุดิบที่ปลูกเองในท้องถิ่น
* ZERO-WASTE CUISINE: อาหารที่ไร้ขยะเหลือทิ้ง ทุกส่วนถูกนำกลับมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์และบำรุงดิน

Michelin Green Star (ดาวมิชลินรักษ์โลก) คือรางวัลพิเศษจาก Michelin Guide ที่มอบให้กับร้านอาหารที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืน โดยไม่เพียงแค่มุ่งเน้นคุณภาพและรสชาติอาหารที่ยอดเยี่ยม แต่ยังต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม

มาทานอาหารที่ JAMPA ไม่ใช่เพียงการมาทานข้าว เพราะคุณจะได้รับประสบการณ์เยี่ยมชมฟาร์ม และเรียนรู้พืชผักก่อนจะกลายมาเป็นอาหารของคุณบนจานในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า
เมื่อมาถึง JAMPA จะมีเจ้าหน้าที่พาเราไปเยี่ยมชมฟาร์ม * แนะนำให้ทำการจองเข้ามาล่วงหน้า
ฟาร์มแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ ออกแบบเส้นทางเดินเป็นรูปซิกแซกเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดต้นไม้ให้น้อยที่สุด มีโซนพืชผัก สมุนไพร ผลไม้ และฟาร์มสัตว์ออร์แกนิก (เป็ดและไก่) ที่ส่งตรงผลผลิตสดๆ สู่โต๊ะอาหารในแบบ Farm-to-Table เมนูอาหารจะปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล
โดยที่ฟาร์มจะมีการแบ่งออกเป็นโซนต่างๆทั้ง โซนเนอสเซอรี่ (Nursery): จุดเริ่มต้นเป็นที่เพาะต้นอ่อน ก่อนจะย้ายไปลงแปลงปลูกจริง, โซนผลไม้: ช่วงที่เราไปเป็นฤดูกาล, โซนสมุนไพรและพืชผักสวนครัว เราลองไป Explore พร้อมกันเลยครับ
พี่ๆพาผมมาเยี่ยมชมโซนผลไม้เป็นจุดแรก ซึ่งทำให้ผมเองได้ทำความรู้จักกับ ไทรเชอร์รี่ ตอนนี้เป็นฤดูออกผลพอดี ผลจะมีสีแดงเข้ม รสชาติเปรี้ยวอมหวาน คล้ายมะเขือเทศแต่รสชาติต่างกัน นิยมนำมาทำเครื่องดื่มและของหวาน
ลืมเล่าไปเลยมา ทุกคนจะได้รับสมุด JAMPA FARM JOURNAL ซึ่งภายในแต่ละหน้าจะมีช่องให้เราได้บันทึกเกี่ยวกับสิ่งที่เราได้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นสัมผัส, Texture,รสชาติ เราก็สามารถจดไป พร้อมมีตะกร้าให้เราได้เก็บผักและผลไม้ต่างๆไปด้วย
ไปเยี่ยมชม Farm to Table มาเยอะ แต่ต้องชมว่า ฟาร์มที่นี่ปลูกผักได้งามมาก ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นการปลูกแบบออร์แกนิค แต่เมื่อได้เจอพี่ๆที่ดูแลฟาร์มเล่าให้ฟัง ผมคิดว่าพวกเรารักผักผลไม้และดูแลอย่างกับลูกเลยหล่ะ
ที่นี่มีผักเยอะมากๆครับ และผักทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปใช้ยังห้องอาหาร JAMPA และห้องอาหาร PRU เราจะได้ลองเก็บ เด็ด สัมผัม ดม ชิม และยังได้ฟังประโยชน์จากผักต่างๆ ชาวต่างชาติน่าจะประทับใจนะ ผมบันทึกมาคร่าวๆ จะมี ผักชีลาว (ช่วยระบบขับถ่าย), โรสแมรี่ (ช่วยแก้ปวดหัว ไมเกรน และความจำ), สเตเวีย (หญ้าหวานธรรมชาติ ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน), กระเจี๊ยบ (ช่วยลดไขมันในเลือดและเพิ่มวิตามิน) และดีปลี (ลูกโดด)
ชอบดอกไหนเลือกเลย เพราะเดี๋ยวดอกไม้ที่เราเลือก จะกลายไปเป็นอาหารบนจานของเราเอง

ชอบเจ้าหน้าที่ที่แนะนำมากๆ พี่ๆถามว่า พี่พูดสำเนียงใต้โอเคมั้ย พี่ติดทองแดง ผมบอกพี่เอาเต็มที่เลย พี่ๆน่ารักมาก อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือพี่คนนึงเป็นคนในพื้นที่ รู้สึกได้ถึงความผูกพันธ์ ทำให้ผมอินไปด้วยเลย

ที่นี่ยังมีโซนฟาร์มสัตว์อีกด้วย ซึ่งที่นี่เลี้ยงเป็ด (ไข่เป็ด ไข่ไก่ ออร์แกนิกแท้ 100%) และน้องเป็ดว่ายน้ำโชว์ตัวกันอย่างน่ารัก นอกจากนี้ยังมี Happy Chicken (ไก่แฮปปี้) ที่อารมณ์ดีและออกไข่ที่มีวิตามินสูง

ทุกผลผลิตในฟาร์มได้รับการดูแลอย่างดี และมีการตรวจสอบมาตรฐานออร์แกนิกทุกๆ 3 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าสะอาด ปลอดภัย และยั่งยืนจริงๆ

นอกจากนี้ ในส่วนของเมนูเครื่องดื่มยังมีความพิเศษตรงที่รังสรรค์ขึ้นจาก Natural Terpenes ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีการลดปริมาณการใช้น้ำตาลให้น้อยที่สุด หรือใช้สารให้ความหวานจากธรรมชาติทดแทนน้ำตาลแปรรูปเท่าที่จะทำได้อีกด้วย

จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (JAMPA Experience Menu)
หลังจากเดินชมฟาร์มกันอย่างเต็มอิ่ม ก็ได้เวลามาสัมผัสความอร่อยระดับมิชลินกับ JAMPA Experience Menu ในราคา 2,900 บาทต่อท่าน ระหว่างรออาหาร ก็มาทำการบ้านกันครับ โดยเราจะนำเอาผัก ใบ ที่เราเก็บมาติดกับสมุด พร้อมทบทวนความรู้ต่างๆ ทำเสร็จก็เอากลับบ้านเป็นของที่ระลึกได้เลย

วันนี้ เราต้องขับรถกันต่อเลยเลือกดื่มเป็น Non-Alcohol ซึ่งเคร่องดื่มส่วนใหญ่มีส่วนผสมจากผักผลไม้ในฟาร์ม หรือวัตถุดิบดีๆในเกาะภูเก็ตด้วยครับ
เมนูเครื่องดื่ม Non-Alcoholic Cocktails ที่ผมสั่งวันนี้
* TOM KHA: เครื่องดื่มที่ตีความรสชาติความเป็นไทยแบบคลาสสิกใหม่ออกมาในแก้วใส ประกอบด้วยส่วนผสมของ Clarified Milk Punch Coconut, Tomato, Galangal, Lemongrass และ Kaffir Lime Leaves ให้ความรู้สึกสดชื่นและกลิ่นอายต้มข่าที่นุ่มนวล
* SANEH JAMPA (เสน่ห์จันทน์): เครื่องดื่มที่สะท้อนความมีเสน่ห์แห่งเขตร้อน ผสมผสานความละมุนด้วยสัมผัสของช็อกโกแลต ประกอบด้วย Guava, Pineapple, Almond Milk และ Cacao Husk Tea
สแน็กคำแรก (Homemade Tarp): ข้าวโพดหวานผสมกับเห็ดนางฟ้าจากฟาร์ม เผ็ดเล็กน้อย ท็อปด้วยใบมะกรูดและพาวเดอร์ คำนี้อร่อยด้วย texture ของข้าวโพดครับ
ดอกทานตะวันเม็กซิกัน (Cosmos Flower) เป็นการนำดอกไม้สดมามินิฟรายด์ ท็อปด้วยมาสตาร์ดและโลเซลลาพาวเดอร์ เชฟแนะนำให้ทานเป็นคำเพื่อความอร่อยครบรส อันนี้ก็เซอรไพร์สเพราะเป็นดอกที่เราเก็บเอง และเขียนไว้ในตอนต้นครับ
ทั้งสองคำเป็นการเริ่มต้นที่ มาต่อกันที่อาหาร Course เลยดีกว่าครับ

Course 1: BLUE SHRIMP | PERSIMMON | CHERRY TOMATO
อาหารเรียกน้ำย่อยจานนี้เสิร์ฟแบบเย็นเพื่อความสดชื่น โดดเด่นด้วยกุ้งสดเนื้อเด้ง ทานคู่กับมะเขือเทศรมควันและลูกพลับย่างคาราเมลรสหวานหอมคล้ายลูกละมุด เติมเต็มมิติของรสสัมผัสด้วยการโรยหน้าครัมเบิลที่ทำจากซุปใสคอนซอมเม่มะเขือเทศอย่างลงตัว

Course 2: BEETROOT | LOTUS ROOT | KURO [BEURRE BLANC]
จานนี้โดดเด่นด้วยบีตรูทย่างทั้งเปลือกจนด้านนอกเกรียมหอมแต่ด้านในยังคงความฉ่ำ นำมาจัดเสิร์ฟอย่างประณีตในรูปทรงดอกไม้พร้อมรมควันด้วยตะไคร้แห้งให้กลิ่นหอมละมุน ทานคู่กับซอส Kuro Beurre Blanc รสชาติเข้มข้นจากกระดูกปลา แนะนำให้ใช้ขนมปังบริยอชดิปทานคู่กับซอส และตัดความเลี่ยนด้วยรากบัวดองสีขาวกรุบกรอบอย่างลงตัว
Course 3: VEAL | LICORICE | BROCCOLINI เปลี่ยนจากเนื้อลูกวัวเป็นไก่แทนนะครับ
อาหารจานหลักนำเสนอเนื้อไก่ย่างเนื้อนุ่มละมุน ตัดกับหนังด้านนอกที่บางกรอบ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างบรอกโคลินี (Broccolini) ย่างเตาถ่านให้กลิ่นหอมสโมคอ่อนๆ เติมเต็มมิติรสชาติด้วยซอสเพสโต้ และซอสบราวน์บัตเตอร์ (Brown Butter) ที่ผสานกลิ่นหอมเครื่องเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของมะแขว่นไว้อย่างลงตัว

Course 4 (Dessert): BANANA | DATE | QUINCE PEAR
ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยเมนูของหวานที่นำกล้วยหอมไปย่างจนเปลือกดำเกรียมเพื่อให้ได้กลิ่นหอมสโมคที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานเข้ากับชาดำ (Black Tea) เพื่อเพิ่มมิติของรสชาติให้ล้ำลึกยิ่งขึ้น เสิร์ฟคู่กับเค้กอินทผลัม (Sticky Date Cake) เนื้อฉ่ำบนโฟมนุ่มละมุน พร้อมท็อปด้านบนด้วยความหวานหอมจากน้ำผึ้งชันโรงแท้ ส่งตรงจากฟาร์มในพื้นที่ตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต
ปิดท้ายประสบการณ์อันแสนพิเศษกับ JAMPA ทั้งมื้ออาหารและการเดินชมฟาร์ม สำหรับใครที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและเรื่องราวเบื้องหลังจานอาหาร การมาเยือนที่นี่จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึง "ความตั้งใจจริง" ในการขับเคลื่อนวิถีแห่งความยั่งยืน
การได้เห็นผลผลิตจากฟาร์มถูกนำมารังสรรค์อย่างพิถีพิถันจนกลายเป็นอาหารจานอร่อยตรงหน้า ไม่เพียงแต่มอบความสุขอันเกิดจากรสชาติที่ดี แต่ในทุกๆ คำยังแฝงไปด้วยความรู้สึกและทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับร่างกาย เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจและอิ่มเอมใจอย่างแท้จริงครับ อยากให้ทุกคนได้มีโอกาสมาสัมผัสความยอดเยี่ยมและเจตนารมณ์ที่ดีนี้ด้วยตัวเองที่ JAMPA ดูสักครั้ง
ที่ตั้ง: The Community House ตรีวนันดา 46/6 หมู่ 3 ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต [1]
เวลาเปิด-ปิด:
วันจันทร์, วันพฤหัสบดี - วันอาทิตย์: 12:00 - 22:00 น.
ปิดทำการ: วันอังคาร และ วันพุธ [1]
ช่องทางติดต่อ / จองโต๊ะ:
โทรศัพท์: +66 (0)76 342 122
เว็บไซต์: jamparestaurant.com
Comments