An off-road journey to a hidden mountain farm, tasting the rare, locally grown Samui Coffee

ปีนี้เป็นปีที่ผมได้มีโอกาสเดินทางมาสมุยหลายครั้ง และเข้าใจได้ว่าทำไมสมุยถึงยกให้เป็น World's Best Island 2026 เกาะสมุยเค้าสวยจริงๆ และสนามบินที่ผมพึ่งบินตรงมาจากภูเก็ต “สนามบินเกาะสมุย” ก็ยังได้รับรางวัล สนามบินที่ดีที่สุดอันดับ 2 จาก Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific อีกด้วย

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สามารถบินมาจากเกาะสมุยได้จาก กรุงเทพ ( ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง), ภูเก็ต,เชียงใหม่,กระบี่,อู่ตะเภา และตอนนี้มีหลายสายการบินต่างประเทศบินตรงมายังเกาะสมุยอีกด้วย
ทริปนี้ผมพักที่โรงแรม Anantara Lawana Koh Samui Resort ตั้งอยู่บริเวณสุดหาดเฉวงทางตอนเหนือ ที่นี่คือตัวรีสอร์ตมีความเงียบสงบและให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก มีชายหาดส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 5-10 นาทีเพื่อเข้าไปยังใจกลางหาดเฉวงซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร แสงสี และย่านช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดของสมุยได้ คอนเซปต์การออกแบบของที่นี่จะเน้นสถาปัตยกรรมแบบ "ชิโน-ไทย" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์ชุมชนพ่อค้าชาวจีนที่มาตั้งรกรากบนเกาะสมุยในอดีต ทำให้บรรยากาศดูความร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่
ปกติสายการบินบางกอกมักจะพาไปโรงแรมสวยๆหรือร้านอาหารเก๋ แต่ครั้งนี้ทีมงานบอกว่า ขอให้แต่งตัวลุยๆ เพราะจะพาไปที่ที่นักท่องเที่ยวสมุยไม่ค่อยมีโอกาสได้ไป ตื่นเต้นแล้วสิ

และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่พาผมมาอยู่บนเขาของเกาะสมุย ที่น้อยคนจะได้มา ผมได้มีโอกาสเจอกับ น้าสุท เจ้าของสวนทุเรียนและ สวนกาแฟ “ ชาวหมุย “ และได้ฟังเรื่องราวถึงการเริ่มต้นทำไร่กาแฟของน้าสุท

ในอดีตสมุยเคยเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกมะพร้าวที่ใหญ่ที่สุดของไทย แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน เกาะแห่งนี้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มตัว พื้นที่เกษตรกรรมก็ค่อยๆ ลดน้อยลง จนกระทั่งในปี 2018 ทางครอบครัวเจ้าของไร่ได้ตัดสินใจนำพื้นที่สวนบนเขาที่เคยปลูกพืชชนิดอื่น มาบุกเบิกทดลองปลูกกาแฟ ด้วยความที่ภูมิประเทศและสภาพอากาศมีความคล้ายคลึงกับฝั่งชุมพร สายพันธุ์ "โรบัสต้า" (Robusta)

นอกจากเรื่องกาแฟแล้ว วิถีชีวิตชาวสวนที่นี่ยังมีเสน่ห์และอบอุ่นมาก พื้นที่ถูกจัดสรรอย่างลงตัว มีทั้งการทำฟาร์มผึ้งเพื่อเก็บน้ำผึ้งแท้ และที่พลาดไม่ได้คือ "ทุเรียนหมอนทองสมุย" ที่ให้ผลผลิตช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ความพิเศษคือเนื้อจะมีความมันและเข้มข้นกว่าทุเรียนฝั่งระยองเนื่องจากสภาพภูมิอากาศแบบเกาะ ปกติไปไหนเราจะได้รับ Welcome Drinks แต่ที่นี่มาถึงก็ต้อนรับด้วยทุเรียน สมุย เอาจริงๆนะ เชื่อว่าเพื่อนๆร่วมทริปน่าจะสังเกตความดีใจของผมที่ได้ทานทุเรียน แต่ขอกลับมาเรื่องกาแฟก่อน
เสน่ห์ของโรบัสต้าสมุยคือความเข้มข้น แฝงรสหวานนิดๆ และมีความเปรี้ยวน้อยทางไร่เน้นใช้วิธีทำแห้งแบบธรรมชาติ (Dry Process) เป็นหลัก แม้จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพียง 1-2 ครั้งต่อปี แต่ตอนนี้ที่ไร่ได้เปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาทำกิจกรรม Coffee Tasting สัมผัสวิถีเกษตรอย่างใกล้ชิด
เราได้มีโอกาสเดินเก็บเมล็ดกาแฟกัน ที่นี่ยังคงทำเป็นในรูปแบบชุมชน คัดเลือกเก็บเมล็ดกาแฟกันเอง


เก็บเมล็ดกาแฟพอได้ค่อนตะกร้า น้าสุท ก็ขอพาเรามาเจอมุมพักผ่อนของเกาะสมุย ที่ไม่ใช่บีชคลับ ไม่ใช่ความหรูหรา แต่คือมุมพักผ่อนในแบบชาวบ้านและเกษตรกร กับน้ำตกเล็กๆที่ร่มรื่น นั่งพักเอาเท้าแช่น้ำพร้อมมีสปาฟรี 0 บาท ด้วยปลาธรรมชาติที่มาตอดเท้า ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและยังทำความสะอาดเท้า ( ผิวหนังที่ตายไปแล้ว ) ให้เราไปพร้อมกัน สังเกตุรอบๆมีกล่องไม้วางอยู่หลายจุด ได้ความจากคุณน้า ว่าสิ่งนี้คือกล่องเลี้ยงผึ้งเพื่อเก็บน้ำผึ้งแท้เป็นสิ่งที่เริ่มทำเล็กๆและเป็นสินค้าเสริมที่ ชาวต่างชาติให้ความสนใจมากๆ น้าสุทบอกอีกว่า ทุกอย่างที่ทำ มันคือความสุข ใครละจะไปเชื่อว่าเราจะมีความสุขที่เรียบง่ายได้ขนาดนี้บนเกาะสมุยในมุมมองที่หลายคนไม่รู้มาก่อน

หลังจากเสร็จสิ้นการพักผ่อนเราก็ได้มาดูขั้นตอนของการตากกาแฟ การใช้เครื่องในการแยกเปลือก รวมไปถึงการร่อนกาแฟแบบบ้านๆคล้ายกับวิธีการทำข้าวสารเลย ระหว่างได้มีโอกาสเจอชาวบ้านหลายคน ทุกคนดูมีความสุขกับการทำสวน และภูมิใจในงานของตัวเอง
ปิดจบด้วยการได้ลองชิมกาแฟ โรบัสต้าชาวหมุย ที่เข้มดุดันแบบชาวใต้ ไม่เปรี้ยว ตรงไปตรงมา แต่แอบแฝงไปด้วยความจริงใจ และผมก็ได้รับการเฉลยจากทีม Bangkok Airways ว่า สายการบินได้นำโรบัสต้าชาวหมุย ไปบริการผู้โดยสารที่สนามบินสมุยอีกด้วย และนี่คือเหตุผลที่อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสถึงชุมชนในวันนี้

ยังไม่จบ ผมเคยถามตัวเองว่า ชอบอะไรในเกาะสมุย นอกจากผู้คนใจดี อีกสิ่งที่ผมชอบคืออาหารบนเกาะสมุยครับ ทั้งที่ตัวเองก็มาจากพังงาภูเก็ต เมืองที่อาหารใต้ก็อร่อย แต่อาหารสมุยแตกต่าง ผมชอบทั้งรสชาติของกะปิและแกงส้มที่นี่มากๆ วันนี้ผมได้มีโอกาสมาทานร้าน บ้านสวนลางสาด ที่หลายคนบอกว่าจองยากเพราะลูกค้าแน่นมากๆ ร้านนี้เป็นร้านอาหารพื้นบ้านสไตล์โฮมเมดที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อาหารสดใหม่มากๆ เริ่มต้นด้วยน้ำส้มจี๊ดสดชื่นในขันเงิน ตามมาด้วยขบวน ทั้งกุ้งผัดกะปิ น้ำพริกกะปิ ปลาทรายทอด และเมนูอีกไม่ถ้วน และเติมความเป็นสมุยด้วยข้าวมันที่มีความเป็นกะทิหอม เป็นอีกมื้อของทริปที่ประทับใจมาก

นี่คือแค่ส่วนหนึ่งของทริปนี้ ผมรู้สึกโชคดีมากๆ ในการที่ได้มีโอกาสเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆและได้ สัมผัสชีวิตของผู้คน ท้องถิ่น อาหาร ทำให้รู้สึกว่ามากกว่าการแค่ไปเที่ยว แต่ยังได้รับประสบการณ์ที่ดีอีกด้วย คงต้องกลับมาสมุยอีกแน่ๆ
ขอบคุณ Bangkok Airways มากๆ ที่ทำให้การไปสมุยในครั้งนี้ มีเรื่องราวที่น่าจดจำมากมาย และปลุกวิญญานอยากกลับมาเป็นนักเขียนมากๆ หวังว่าภาพและเรื่องราวที่ผมบันทึกในครั้งนี้ จะทำให้ผู้อ่านทุกคนได้เห็นความน่ารักของเกาะสมุยมากยิ่งขึ้นนะครับ ส่วนใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยว ต้องลองไปพิสูจน์ว่าทำไมเกาะนี้ถึงเป็น World's Best Island 2026 กันนะครับ
Comments